เยาวชนชง 3 ข้อเพิ่มเข้าถึงบริการ “สุขภาพจิต” สธ.เปิดคู่สายให้คำปรึกษาเพิ่ม

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เครือข่ายสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยแกนนำเยาวชนเลิฟแคร์คลับ แกนนำสภาเด็กและเยาวชน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอแนวทางการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตวัยรุ่น เนื่องในวัน “สุขภาพจิตโลก”รวม 3 ข้อ คือ 1.ขอให้กรมสุขภาพจิตทำหนังสือเวียนถึงหน่วยบริการในสังกัดและหน่วยบริการที่มีบริการด้านจิตเวช ชี้แจงและซักซ้อมแนวปฏิบัติในกรณีผู้ที่อายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์สามารถเข้ารับการบำบัดรักษาได้ โดยไม่ต้องมีผู้ปกครองให้ความยินยอม ยกเว้นกรณีที่ต้องรับไว้รักษาในสถานพยาบาลหรือสถานบำบัดให้ชัดเจน 2.ขอให้ผู้รับบริการเข้ารับการรักษาได้ในทุกหน่วยบริการที่มีบริการด้านจิตเวช เพื่อลดขั้นตอนการทำเรื่องขอใบส่งตัวจากสถานพยาบาลตามสิทธิ ในกรณีที่ไม่มีบริการด้านจิตเวช เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการรักษาที่รวดเร็วและไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วย และ 3.ขอให้มีตัวแทนเด็กและเยาวชนในคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ หรือคณะทำงานด้านนโยบายสุขภาพจิต เพื่อเสนอประเด็นปัญหาที่มีผลต่อเรื่องสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชน รวมถึงการวางแนวทางปฎิบัติที่เด็กและเยาวชนนั้นมีส่วนได้ส่วนเสียด้าน เนื่องจากที่ผ่านมา พบปัญหาเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าไม่ถึงการบำบัดรักษาด้านสุขภาพจิตโดยตรง เพราะสถานพยาบาลตีความมาตรา 21 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สุขภาพจิตแห่งชาติ พ.ศ.2551 แตกต่างกัน ทำให้เยาวชนจำนวนหนึ่งเข้าไม่ถึงบริการ บางรายมีอาการรุนแรงถึงขั้นทำร้ายตัวเอง

นายสาธิต กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้อง 1 และ 3 สามารถดำเนินการได้ทันที ส่วนข้อ 2 จะต้องนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยอมรับว่าปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและเยาวชนมีตัวเลขสูงขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องของการเรียน เศรษฐกิจ ครอบครัว การใช้เทคโนโลยี หรือแม้แต่เรื่องการเมือง สถานการณ์ในภาพรวมประเทศ พบว่ามีคนที่มีความเสี่ยงฆ่าตัวตายสูงถึง 9.55 คนต่อนาที และมีการฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คนในทุก 2 ชั่วโมง อัตราการฆ่าตัวตายรวมทั้งปีประมาณ 4 พันคน ซึ่งไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่พบแนวโน้มการทำร้ายตัวเองมากขึ้นในคนที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี

“เรื่องนี้สำคัญที่เราต้องเน้นการใส่ใจรับฟังคนรอบข้างให้มากขึ้น และในปี 2563 กรมสุขภาพจิตจะมีการเปิดคู่สายสายด่วนสุขภาพ 1323 เพิ่มจาก 10 คู่สาย เป็น 20 คู่สาย ซึ่งอาจจะยังน้อย แต่ทำงานนี้ต้องการคนที่เชี่ยวชาญจริง นอกจากนี้ จะมีการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา การปล่อยวาง เข้าใจ ก้าวข้าม เเละรู้จักความผิดหวัง มาให้เยาวชนได้เรียนรู้ เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิต โดยได้ตั้งงบประมาณไว้แล้ว เเละจะนำมาใช้ในปี 2563″ นายสาธิต กล่าวและว่า ขณะนี้เป็นห่วงเยาวชนกลุ่มวัยรุ่นที่มีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกรมสุขภาพจิตจะต้องประสานกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดทำโครงการดูแลสุขภาพจิตให้ครอบคลุมในทุกกลุ่ม โดยกลุ่มเด็กและเยาวชนถือเป็นกลุ่มที่มีความต้องการการรับฟังมากขึ้น ดังนั้น ครูจึงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญและเป็นผู้ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด ทั้งนี้ สธ.จะทำหน้าที่พี่เลี้ยงส่งนักสุขภาพจิตไปช่วยให้คำแนะนำวิธีการสังเกตอาการของเด็กที่อยู่ในภาวะปัญหาสุขภาพจิต” นายสาธิต กล่าว

วันเดียวกัน นายสาธิต เป็นประธานเปิดกิจกรรมและแถลงข่าวเนื่องในวันสุขภาพจิตโลก ประจำปี 2562 ชื่อ “Talk to ME” (Mental Health Education) มาคุยกับฉัน ฉันพร้อมจะรับฟังเธอ ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพมหานคร

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การเสวนา ME Film สุขภาพจิตบนแผ่นฟิล์ม มีผู้เข้าร่วมเสวนา อาทิ นนทรีย์ นิมิบุตร, ปรัชญา ปิ่นแก้ว, บัณฑิต ทองดี และกิจกรรม ME Talk: ม้านั่งสีขาวกับเรื่องราวของฉัน ตอน “9.55 เวลาชีวิต” นับเป็นงาน Talk สุขภาพจิตครั้งแรกในประเทศไทย โดยการสื่อสารถ่ายทอดเรื่องราวด้านสุขภาพจิตของผู้พูดในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย คล้ายกับการเล่าเรื่องราวอยู่บนม้านั่งในสวนสาธารณะที่ร่มรื่น รวมทั้งภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพจิตและจิตเวช บูทกิจกรรม “Food Therapy” “Art Therapy” “Street side Listener” และ “ME Sharing” เป็นต้น

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้‘คุณหญิงปัทมา’ เชื่อ ‘พีช-สอง’ คัมแบ๊ก ลุ้น ‘กุลวุฒิ’ หายจากอาการบาดเจ็บ
บทความถัดไป‘จุรินทร์’เปิดบ้านมั่นคง รับผู้แทนยูเอ็น ลั่นคนไทยทุกครัวต้องมีที่อยู่อาศัยปี2579