‘อนุทิน’ วางพานพุ่มถวายราชสักการะ ‘สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี’

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. และ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. นำผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่  ตัวแทนพยาบาลจากภาครัฐและเอกชน และนักศึกษาพยาบาล ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และวันพยาบาลแห่งชาติ

นายอนุทิน กล่าวว่า วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และรัฐบาลประกาศให้เป็นวันพยาบาลแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา ซึ่งวันนี้มีความสำคัญยิ่งต่อวิชาชีพการพยาบาล ในฐานะที่พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการพยาบาล และตลอดพระชนม์ชีพ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการพัฒนาสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา วิริยะอุตสาหะ นำสิริสุขแก่ปวงชน ทุกก้าวพระบาทที่เสด็จฯ ไปถึง สมควรเป็นแบบอย่างแก่ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลให้ตระหนักในภารกิจของวิชาชีพแห่งตนว่า เป็นงานบริการสุขภาพที่มีความสำคัญ

“ในส่วนของ สธ. พยาบาลนับเป็นบุคลากรที่มีมากที่สุดและเป็นกำลังหลักในระบบริการสาธารณสุข ปัจจุบันมีพยาบาลที่ปฏิบัติงานใน สธ. ที่เป็นข้าราชการและจ้างงานอื่นๆ จำนวนประมาณ 110,000 คน โดยปฏิบัติงานสังกัดสำนักงานปลัด สธ. 100,000 คน ในโรงพยาบาล (รพ.) ทุกระดับ โดยพยาบาลที่ปฏิบัติงานใน รพ.ชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จะเน้นด้านการรักษาพยาบาลขั้นต้น การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรคไม่ให้เจ็บป่วย รวมทั้งการฟื้นฟูสุขภาพ ส่วนในโรงพยาบาลใหญ่ คือโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป เน้นด้านการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีความยุ่งยากซับซ้อนต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ อย่างทั่วถึง สะดวก และรวดเร็ว กระทรวงสาธารณสุขมีโยบายการพัฒนาศักยภาพและจัดการกระจายกำลังคนด้านการพยาบาลให้ได้ในสัดส่วนพยาบาล 1 คน ต่อ 300 ประชากร เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพของประเทศตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ” นายอนุทิน กล่าว

วันเดียวกัน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ ได้จัดให้บริการทำฟันฟรีแก่ประชาชน 300 ราย ทั้งตรวจฟัน อุดฟัน ถอนฟัน และขูดหินปูน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จย่า เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า หน้าที่ของฟันนอกจากใช้บดเคี้ยวอาหารและให้ความสวยงามแล้ว ยังช่วยพัฒนาการออกเสียงได้ชัดเจน นอกจากนี้ เด็กยังได้รับสารอาหารที่เพียงพอจากการมีฟันที่ดีใช้บดเคี้ยวอาหาร ส่งผลดีต่อการเรียนรู้และสติปัญญาอีกด้วย ซึ่งปัญหาสุขภาพฟันที่มักเกิดขึ้นกับเด็ก คือ ฟันผุ โดยมีสาเหตุมาจากการบริโภคอาหารจำพวกขนมกรุบกรอบ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ หรือน้ำอัดลม

ทพ.อำนาจ ลิขิตกุลธนพร ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กล่าวว่า สุขภาพช่องปากเด็กควรดูแลตั้งแต่เริ่มมีฟันน้ำนม เพราะฟันน้ำนมมีประโยชน์ทั้งในการช่วยกัด และบดเคี้ยวอาหาร ช่วยในการออกเสียง กันพื้นที่สำหรับฟันแท้ ส่งผลให้ฟันแท้เรียงตัวได้สวยงาม ซึ่งโรคฟันผุเกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล เกิดเป็นกรดที่สามารถละลายแร่ธาตุที่ผิวฟันและทำลายชั้นเคลือบฟัน ทำให้ฟันเกิดรูผุที่มองเห็นได้ และฟันที่ผุลึกอาจทำให้เด็กปวดฟัน ดังนั้นผู้ปกครองควรดูแลเอาใจใส่ ฝึกให้เด็กคุ้นเคยกับการทำความสะอาดช่องปาก สอนให้แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน สร้างบรรยากาศในการแปรงฟันให้รู้สึกสนุกผ่อนคลาย และตรวจสุขภาพช่องปากและฟันจากทันตแพทย์  เพื่อรับคำแนะนำเรื่องอาหารและการดูแลสุขภาพช่องปาก

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ซีไอเอ็มบี ไทย ตั้ง “อดิศร เสริมชัยวงศ์” เป็นเอ็มดี-ซีอีโอ
บทความถัดไปสกู๊ปพิเศษ : แรงบันดาลใจ ‘คิมี่ ไรโคเน่น’ สร้างฝันเด็กไทยสู่นักขับโลก