กรมอนามัยจี้ “คาเฟ่อเมซอน” รัดกุมคุณภาพเครื่องดื่ม กำชับร้านอาหารตรวจสอบความสะอาดวัตถุดิบก่อนใช้

จากกรณีที่มีข่าวพบสิ่งแปลกปลอมในแก้วเครื่องดื่มของร้านกาแฟชื่อดัง Café Amazon (คาเฟ่อเมซอน) และเป็นเรื่องที่ประชาชนกังวลถึงมาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาดของร้านนั้น 

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เชิญผู้บริหารร้านคาเฟ่อเมซอน ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น ที่ร้านกาแฟคาเฟ่อเมซอน สาขากรมอนามัย โดยมี พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วย นายเรวัต อารีรอบ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการ สธ. หารือร่วมกับ นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก บริษัท ปตท.น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ นายพิมาน พูลศรี ผู้จัดการฝ่ายบริหารธุรกิจร้านคาเฟ่อเมซอน ได้ชี้แจงกรณีที่มีการพบสิ่งแปลกปลอมในเครื่องดื่มจากทางร้านคาเฟ่อเมซอน

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า สิ่งแปลกปลอมที่พบมาจากก้อนน้ำแข็ง เป็นการปนเปื้อนแบบผสานเป็นเนื้อเดียวกับก้อนน้ำแข็ง ทำให้ตรวจสอบด้วยตาเปล่าได้ยาก ซึ่งน้ำแข็งที่ร้านคาเฟ่อเมซอนรับมานั้น เป็นร้านค้าจากภายนอก แต่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งนี้จึงให้เร่งตรวจสอบร้านน้ำแข็งดังกล่าวว่าการปนเปื้อนนั้นเกิดขึ้นจากกระบวนการใด เพื่อหาสาเหตุและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก เบื้องต้นทางสาขาที่เกิดเหตุได้ระงับการรับน้ำแข็งจากร้านนี้แล้ว

“ทางร้านได้มีมาตรการในการเพิ่มขั้นตอนในการตรวจสอบน้ำแข็งก่อนนำไปใช้ประกอบเครื่องดื่มสู่ผู้บริโภค เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่อยากฝากให้ผู้ประกอบการ 1.นอกจากดูความสะอาดภายในร้านแล้วอยากให้ดูวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ประกอบอาหารด้วย 2.สธ.ประกาศให้มีการอบรมผู้สัมผัสอาหาร เนื่องจากไม่อยากให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก เพื่อลดความเสี่ยง และเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค” พญ.พรรณพิมล กล่าวและว่า มาตรฐานของร้านน้ำแข็งจะต้องผ่านมาตรฐาน GMP ของผู้ประกอบการ รวมไปผู้ประกอบการร้านน้ำแข็งที่ไม่ได้เป็นผู้ผลิต แต่เป็นเพียงผู้นำมาบรรจุเพื่อส่งต่อก็จะต้องอยู่ในการควบคุมด้วย หากมีการตรวจสอบว่าร้านใดไม่ผ่านมาตรฐานจะมีการดำเนินการทางกฎหมาย

ด้านนายสุชาติ กล่าวว่า ปตท.จะดำเนินการตรวจสอบร้านค้าในการดูแลเป็น 2 ส่วน คือ 1.น้ำแข็งที่ใช้ในร้านค้าผ่านมาตรฐาน GMP หรือไม่ 2.เมื่อรับวัตถุดิบเข้ามาแล้วจะต้องมีการตรวจรับ เช่น กรณีน้ำแข็งจะมีการนำตัวอย่างของก้อนน้ำแข็งละลายด้วยน้ำร้อน เพื่อตรวจหาสิ่งแปลกปลอม

“เนื่องจากร้านกาแฟขณะนี้มีกว่า 2,000 สาขา ร้อยละ 80 เป็นร้านเฟรนไชส์ ดังนั้นจะดำเนินการสื่อความออกไปให้แต่ละสาขาให้ความสำคัญในการตรวจสอบกับวัตถุก่อนนำมาใช้ ซึ่งโดยปกติจะมีการตรวจสอบความสะอาดของร้านทุกเดือนๆ ละ 1 ครั้ง และหลังจากนี้จะต้องเน้นย้ำและกำชับให้ดูแลเรื่องนี้ด้วย” นายสุชาติ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้รวบแล้วหนุ่มซิ่งแจ๊สฝ่าด่านสน.วัดพระยาไกร ที่แท้มีหมายจับคดียาเสพติด
บทความถัดไปทีเส็บ สานต่อเส้นทางไมซ์ ปี 2 ชู 115 ผลิตภัณฑ์ กระตุ้นนักเดินทางไมซ์ในและต่างประเทศ