“ดำรงค์” ชี้ใครมี ภบท.5 จับส่งพนักงานสอบสวนได้เลย ระบุคดีบุกรุกป่าใครช่วยลำบากแน่

“ดำรงค์” ชี้ใครมี “ภบท.5 จับส่งพนักงานสอบสวนได้เลย ระบุคดีบุกรุกป่าใครช่วยลำบากแน่ ด้านอธิบดีป่าไม้ ระบุ อธิบดีกรมการปกครองเคยส่งหนังสือเวียนถึงผจว.ทั่วประเทศ ยกเลิกเก็บภาษี ภ.บ.ท.5 ตั้งแต่ปี 51

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) แจ้งครอบครองที่ดินโดยอ้างเอกสารแบบแสดงรายการที่ดิน(ภ.บ.ท.5) จำนวน 1,706 ไร่ ต่อคณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ว่า ตนพูดในภาพรวมการครอบครอง ภ.บ.ท.5 ไม่ต้องสอบสวนไม่ต้องรออะไรแล้ว ใครมีชื่อครอบครอง ภ.บ.ท.5 ก็ส่งพนักงานสอบสวนได้เลย สมัยเป็นป่าไม้ตนจับมาเป็นร้อยๆ คดีก็ ภ.บ.ท.5 ตนไม่รู้ว่าน.ส.ปารีณาครอบครองอะไรอย่างไรแต่พูดในภาพรวม ดูจากข่าวมีทั้งเกี่ยวข้องกับ ส.ป.ก. และ พื้นที่ป่าสงวนบางส่วน แต่ในพื้นที่จริงเท็จอย่างไรไม่รู้ ซึ่งในส่วนของ ส.ป.ก.หากไม่มีคุณสมบัติก็ต้องยึดคืน แต่หากเป็นพื้นที่ป่าไม้ก็ต้องมีความผิดตามกฎหมายและมีบทลงโทษ เช่น ถ้าเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ป่าไม้ 2484 มาตรา 55 ผู้ใดครอบครองรายสุดท้ายถือเป็นผู้บุกรุก ถ้าเกิน 25 ไร่ก็หนัก คุก 2-15 ปี ไม่มีข้อยกเว้นอะไรทั้งสิ้น ซึ่งถ้าเป็นที่ดินตามมติ คณะรัฐมนตรี(ครม.)30 มิถุยายน 2541 ผ่อนผันการจับกุมก็ต้องมีชื่อเป็นราษฎรยากจนไปยื่นขอผ่อนผันการจับกุมไว้

” ถ้าเป็นความผิดตามกฎหมายป่าไม้ การบุกรุกป่า ไม่มีใครช่วยได้ก็แล้วกัน เพราะมันเป็นกฎหมายตายตัวขอบเขตชัดเจน จะดัดแปลงอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น จะไปบอกทำกินมาก่อนปี 2489 ก็ไม่ได้ ถ้าไม่มี ส.ค.1 และถ้ามี ส.ค.1 ก็ต้องแจ้งการครอบครอง พิสูจน์ภาพถ่ายทางอากาศ มันไม่ได้ง่าย ใครก็แล้วแต่ที่เอา ภบท.5 มาแสดง พนักงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็จับส่งพนักงานสอบสวนไม่ต้องไปสอบสวนแล้ว”นายดำรงค์ กล่าว

ส่วนกรณีที่เกรงว่าเป็นกรณีของส.ส.ฝั่งรัฐบาลจะมีการช่วยเหลือกันหรือไม่นั้น นายดำรงค์ กล่าวว่า ในข้อกฎหมาย ใครก็ช่วยไม่ได้ ใครจะไปช่วยใครนั้น ตนว่าลำบาก ขอให้เชื่อตน และหากมีการช่วยเหลือกันโดยไม่เป็นไปตามกฎหมายแม้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ตนเป็นพรรครักษ์ผืนป่าฯ จะออกมาแถลง เวลานี้ขอดูการทำงานตรวจสอบของหน่วยงานต่างๆ ก่อน ดูก่อนว่ากรมป่าไม้ตรวจสอบอย่างไร และรัฐบาลจัดการอย่างไร

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า สำหรับ ภ.บ.ท.5นั้น ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2551 นั้น อธิบดีกรมการปกครอง เคยมีหนังสือเวียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ว่า การนำแบบแสดงรายการที่ดิน(ภ.บ.ท.5) หรือทะเบียนที่ดินและใบเสร็จเงินภาษีบำรุงท้องที่(ภ.บ.ท.6) เป็นหนังสือสำคัญแสดงการถือสิทธิ์ การถือครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือที่สาธารณประโยชน์ที่ราษฎรใช้ประโยชนร่วมกันไม่ได้ เพราะการนำเอกสารดังกล่าวมาแสดงเพื่ออ้างกรรมสิทธิ์การครอบครองที่ดิน ส่งผลให้มีการบุกรุกการทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเพิ่มจำนวนมากขึ้น และเพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในวงกว้าง ขอให้ยกเลิกแบบแสดงรายการที่ดิน ภ.บ.ท.5 และให้งดการประเมินภาษีบำรุงท้องที่สำหรับที่ดินและการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่นั้น เพื่อป้องกันมิให้บุคคลอ้างสิทธิ์การครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

นายอรรถพล กล่าวว่า ในหนังสือดังกล่าวยังระบุด้วยว่า สำหรับการผ่อนผันให้ราษฎรที่บุกรุกทำกินอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติได้อยู่อาศัยในที่ทำกินต่อไปเป็นการชั่วคราว โดยการออกหนังสืออนุญาต สทก.1 และสทก.2 ครอบครองที่ดิน ที่อยู่อาศัยทำกินในฐานะผู้รับอนุญาตมิใช่การครอบครองในฐานะเจ้าของที่ดิน จึงไม่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ ตามหนังสือกรมป่าไม้ที่ กส 0705(9)/7078 ลงวันที่ 20 เมษายน 2526 และที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม้ปัจจุบันจะหมดสภาพป่าไปแล้วก็ตามราษฎรที่เข้าไปประกอบอาชีพ หรืออยู่ในที่ดินดังกล่าว ไม่ว่าจะโดยการบุกรุกหรืออนุญาตจากทางราชการ ไม่ใช่เจ้าของที่ดินตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.2508 จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่

บทความก่อนหน้านี้ยืน 1 ท่ามกลางเสียงบูลลี่ วันแห่งความสำเร็จ ‘บิ๊นท์’ มิสอินเตอร์ฯ คนแรกของไทย
บทความถัดไปสกู๊ปพิเศษ : ชำแหละความผิดพลาด ‘ช้างศึก’ งาหักบุกพ่าย ‘มาเลเซีย’ 1-2