กรมจัดหางานแจ้งต่ออายุ “ใบอนุญาตทำงาน” แรงงานต่างด้าวผ่านระบบอี-เวิร์กเพอร์มิต

วันที่ 23 ธันวาคม นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ในช่วงการยื่นขอใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าวที่ใบอนุญาตทำงาน และการอยู่ต่อในราชอาณาจักรจะหมดอายุตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2563 – วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ซึ่ง กกจ.ได้จัดทำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไว้รองรับการให้บริการ โดยในการขอใบอนุญาตทำงาน ขอให้นายจ้าง/สถานประกอบการ ยื่นแบบบัญชีรายชื่อ หรือ Name List Online ทางเว็บไซต์ e-workpermit.doe.go.th โดยกรอกเลข 13 หลักของนายจ้าง และแนบไฟล์เอกสารที่ยังไม่หมดอายุ

“ถ้าเป็นนิติบุคคลใช้เลขจดทะเบียนนิติบุคคลและสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ไม่เกิน 6 เดือน หากเป็นบุคคลธรรมดา ใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ไม่หมดอายุ กรณีบริษัทนำเข้าดำเนินการ ใช้เลขจดทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ของบริษัทฯ นำเข้า โดยต้องแนบไฟล์สำเนาใบอนุญาตบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ สำเนาใบจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้จัดการหรือผู้รับอนุญาต เมื่อเจ้าหน้าที่อนุมัติ นายจ้างสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ในระบบ จากนั้นพิมพ์ใบ Name list / ใบแจ้ง ชำระเงิน ไปดำเนินการ” นายสุชาติ กล่าวและว่า จากนั้นนำเอกสารไปชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน ที่เคาน์เตอร์ เซอร์วิส ใกล้บ้าน และนำแรงงานต่างด้าวไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล โดยแรงงานต่างด้าวที่เข้าระบบประกันสังคม สามารถตรวจสุขภาพ ณ สถานพยาบาลรัฐ/เอกชนตามบัตร มีค่าตรวจสุขภาพ 500 บาท หากแรงงานต่างด้าวเข้าระบบประกันสังคม แต่สิทธิประกันสังคมยังไม่มีผล แรงงานต่างด้าวต้องประกันสุขภาพเป็นระยะเวลา 3 เดือน ค่าตรวจสุขภาพ 500 บาท ประกันสุขภาพ 500 บาท กรณีที่แรงงานต่างด้าวไม่เข้าระบบประกันสังคม ให้ตรวจสุขภาพ/ทำประกันสุขภาพ ณ โรงพยาบาลรัฐที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนด (ทำประกันสุขภาพเป็นระยะเวลา 2 ปี ค่าตรวจสุขภาพ 500 บาท ประกันสุขภาพ 3,200 บาท) และยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงาน (ตท.2) – ออนไลน์ และนัดหมายเพื่อเข้าศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) พร้อมพิมพ์ใบนัดหมาย

นายสุชาติ กล่าวต่อไปว่า ขอให้นายจ้าง/สถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าวที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุกลุ่มนี้รีบดำเนินการ เนื่องจากหากใกล้วันสิ้นสุดการดำเนินการ จะมีนายจ้างและแรงงานมาใช้บริการจำนวนมาก สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือติดต่อที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รถรับส่งนักเรียนยางระเบิด เสียหลักตกข้างทาง เจ็บระนาว 18 ราย
บทความถัดไปไทยอยู่ที่อันดับ 9 ของโลก เจ็บ-ตายจากการจราจรทางถนน