สธ. นำร่อง “เจาะเลือดใกล้บ้าน” จ.นครปฐม เริ่ม 1 ม.ค.63 ลดความแออัดในรพ.

สธ. นำร่อง “เจาะเลือดใกล้บ้าน” จ.นครปฐม เริ่ม 1 ม.ค.63 ลดความแออัดในรพ.

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการสธ. กล่าวว่า จากนโยบายของกระทรวงที่ต้องการเน้นเพิ่มศักยภาพการให้บริการของหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่เขตสุขภาพ ลดความแออัดในโรงพยาบาล(รพ.)ศูนย์ รพ.ทั่วไป เพิ่มขีดความสามารถของรพ.ชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) จัดระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลอย่างทั่วถึง รวมทั้งการพัฒนาห้องฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพและกำลังคนที่เพียงพอ

“ในส่วนของการลดความแออัดของบริเวณปริมณฑล ได้แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาโรงพยาบาล รพ.จตุรทิศ(เบญจทิศ) เพื่อจัดระบบการให้บริการลดความแออัดในเขต จ.นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาครและนครปฐม มีการกำหนดแนวทางลดความแออัด การตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยนำร่องจากพื้นที่ จ.นครปฐม ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2563” นพ.ประพนธ์ กล่าว

 

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีภารกิจเกี่ยวกับการกำกับดูแลมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีแก่ประชาชน และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประเทศ ได้หาแนวทางการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการในรพ. พบว่า ความแออัดในรพ.จุดหนึ่งที่สำคัญคือระยะเวลาในการรอคอย การเจาะเลือดและบริการทางห้องปฏิบัติการ ดังนั้นการเจาะเลือดใกล้บ้านที่รพ.สต. สถานบริการสุขภาพ หรือคลินิกเอกชนก่อนนัดพบแพทย์จะสามารถลดระยะเวลาการรอคอยในรพ.ได้มากกว่า 2-5 ชั่วโมง

“ทั้งนี้การเจาะเลือดดังกล่าวจะต้องมีการวางระบบในการเก็บตัวอย่าง การส่งตัวอย่าง การส่งข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศ การกำกับดูแลมาตรฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้จัดทำคู่มือหน่วยบริการเจาะเลือด/เก็บตัวอย่างนอก รพ.และแบบประเมินมาตรฐานหน่วยเจาะเลือดนอกรพ. รวมทั้งจัดอบรมให้กับแพทย์ พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในจ.นครปฐม เพื่อให้รับทราบและเข้าใจในการดำเนินการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการตามนโยบายของสธ.ต่อไป” นพ.โอภาส กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘นิชิโนะ’ จับ ‘ช้างศึก ยู23’ ที่เจ็บเช็กร่างกาย ก่อนเริ่มซ้อม
บทความถัดไป‘โรงพิมพ์ตะวันออก’ ซื้อโรงไฟฟ้าเวียดนามกว่า 1,070.15 ลบ. ดันรายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่