สสน.ชี้ ปีหน้าแล้งหนัก แม้กระทั่งภาคใต้ “รัชชประภาแห้ง” กทม.น้ำเค็มรุก 9 เขื่อนน้ำน้อยกว่า 30%

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม สถานบันสารสนเทศน์ทรัพยากรน้ำ(สสน.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยรายงานสถานการณ์ภัยแล้งประเทศไทย ว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม ปี 2562 ปริมาณฝนโดยรวมของประเทศไทยน้อยกว่าค่าปกติ 18% โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาในภาคเหนือและภาคกลาง มีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติถึง 24% ซึ่งบางพื้นที่มีค่าน้อยกว่าปกติถึง 800 มิลลิเมตร แม้หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเกิดเหตุน้ำท่วมหนักจากพายุโพดุล แต่ก็เป็นฝนตกหนักเพียงตอนล่างของลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลเท่านั้น เขื่อนขนาดใหญ่ที่อยู่ทางต้นน้ำไม่มีน้ำไหลลงเขื่อนมากนัก

ทำให้ภาพรวมน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศมีน้ำเก็บกักน้อยมากและปัจจุบันมีเขื่อนที่มีน้ำน้อยกว่า 30% จำนวน 9 เขื่อน ประกอบไปด้วย เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำนางรอง เขื่อนแม่กวงฯ เขื่อนป่าสัก เขื่อนทับเสลา เขื่อนกระเสียว เขื่อนคลองสียัด เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนอุบลรัตน์ โดย เขื่อนอุบลรัตน์ สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยวิกฤตและปัจจุบันใช้น้ำใต้ระดับกักเก็บไปแล้ว 80 ล้านลูกบาศก์เมตร และอาจต้องใช้น้ำก้นอ่างสำหรับอุปโภค-บริโภคตลอดช่วงฤดูแล้ง จำนวน 160 ล้าน ลบ.ม.

แม้กระทั่งภาคใต้เองปีนี้ก็ยังมีฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ น้ำไหลลงเขื่อนทั้งเขื่อนรัชชประภาและเขื่อนบางลาง ยังมีน้ำไหลลงเขื่อนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะเขื่อนรัชชประภานั้นยังมีน้ำต่ำกว่า Lower Rule Curve ซึ่งยังน่าเป็นห่วงว่าภาคใต้เองก็จะเสี่ยงต่อภัยแล้งตามมาด้วยเช่นเดียวกัน

รายงานของ สสน. ระบุด้วยว่า โดยปกตินั้นแม่ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีน้อย สถานการณ์ความเค็มรุกตัวเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น จะเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมต่อเนื่องถึงเดือนเมษายน ทั้งนี้มีสาเหตุหลักจากการเกิดสภาวะน้ำทะเลหนุนสูงกว่าปกติที่มีอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงในบางช่วง ส่งผลให้เกิดการยกตัวของระดับน้ำทะเลพัดเข้าสู่อ่าวไทยตอนบน ระดับน้ำที่ตรวจวัดได้จริงบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาจึงสูงกว่าที่กรมอุทกศาสตร์คาดการณ์ไว้บ่อยครั้ง

การยกตัวของระดับน้ำทะเลนี้จะเสริมให้น้ำเค็มรุกตัวเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น แต่พบว่าในขณะนี้ยังไม่ข้ามไปสู่ปี 2563  แต่การรุกตัวของความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เริ่มรุกตัวเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาสูงมากขึ้นแล้วและเริ่มส่งผลกระทบการผลิตน้ำประปาของการประปานครหลวง เนื่องจากมีความเค็มที่สถานีสูบน้ำสำแล สูงสุดในช่วงน้ำทะเลหนุนไปถึง 1.55 กรัมต่อลิตร (ค่าความเค็มมาตรฐานในการผลิตน้ำประปาไม่เกิน 0.25 กรัมต่อลิตร) และค่าความเค็มช่วงนนทบุรีจนไปถึงพื้นที่บางกะเจ้ามีค่าสูงถึง 5-15 กรัมต่อลิตร น้ำเค็มได้เข้าสู่คลองสาขาของจังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตก และสมุทรปราการ ทำให้ต้นไม้และพืชผลทางการเกษตรอาจได้รับความเสียหายเสียหายจำนวนมาก

ซึ่งพืชสามารถทนค่าความเค็มได้เพียง 2 กรัมต่อลิตร และมีความกังวลว่าในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาอาจจะรุกตัวหนักกว่านี้ อาจกระทบทำให้การประปานครหลวงต้องลดกำลังการผลิตน้ำลง ส่งผลให้น้ำประปาไหลอ่อนลงก็เป็นได้ ซึ่งภาครัฐได้เร่งหาทางเตรียมการรับมือ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวนนทบุรี ร่วมสมโภชพระบรมรูปพระเจ้าตากสินมหาราช ครบรอบ 252 ปี ในวันคล้ายวันปราบดาภิเษก
บทความถัดไปจิตวิวัฒน์ : เมื่อกรุณา เราจะไม่ทำร้ายชีวิตอื่น : โดย จารุปภา วะสี