ปลัดทส.ดับดราม่า ‘ถุงพลาสติก’ ยันไม่ใช่เบลอ แค่ของดเสนอภาพในสื่อ

เมื่อวันที่ 2 มกราคม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีโลกออนไลน์มีประเด็นดราม่าวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกผ่านสื่อโทรทัศน์ด้วยการเบลอภาพพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในรายการโทรทัศน์ หรือละคร ว่า เพิ่งทราบเรื่องดังกล่าว และว่าที่ผ่านมากรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) หน่วยงานในสังกัด ทส. ได้ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ 8 ช่อง คือ ช่อง เวิร์คพอยท์, ช่องวัน 31 (ONE31), ช่อง 8, ช่อง GMM25, ช่อง7 HD, อสมท (MCOT) และ ช่อง NBT ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ในการงดเผยแพร่ภาพพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งทางสถานีโทรทัศน์ “CENSOR PLASTIC BAGS” ภายใต้โครงการ “ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก” จริง โดยเป็นการรณรงค์ให้ความรู้ และส่งเสริมให้เกิดจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการลดเผยแพร่ภาพและร่วมกันให้ความรู้รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียว เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นภาพจำใช้ถุงผ้าทดแทน เน้นกลุ่มเป้าหมายหลักผู้ชมละคร และรายการต่างๆ ทั่วไป

“แต่ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการให้สื่อถึงขั้นต้องเบลอภาพถุงพลาสติกใดๆ เพราะพลาสติกไม่ใช่สินค้าที่ต้องเบลอแบบบุหรี่ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้การทำเอ็มโอยูดังกล่าวเ เป็นเพียงการขอความร่วมมือให้สื่อช่วยกันรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อให้ทราบถึงพิษภัยของขยะพลาสติก อีกทั้งขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงที่จะนำเสนอภาพถุงพลาสติก เช่น ถ้ามีการถ่ายทำละครขอความร่วมมือให้งดถ่ายทำฉากที่มีการใช้ หิ้ว หรือถือถุงพลาสติก เป็นต้น หรือถ้ามีการถ่ายทำฉากดังกล่าวไว้แล้ว อาจจะพิจารณาตัดออก แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเบลอภาพ” นายจตุพร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเรื่องของการรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 จะมีการขยายผลอย่างไรต่อไป นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้ได้มุ่งเป้ารณรงค์ขอความร่วมมือในพื้นที่ 3 ส่วน คือ ร้อยละ 30 ในห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 30 ในร้านโชห่วย และร้อยละ 40 ในตลาดสด ทั้งนี้ใน 2 ส่วนแรกได้มีการดำเนินการแล้ว และยังคงทำต่อเนื่องเพื่อสร้างพฤติกรรมใหม่ให้กับประชาชน แต่ในส่วนของตลาดสดนั้น เป็นจุดที่ยากแต่ก็ต้องดำเนินการ ซึ่งอยู่ระหว่างลงไปรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในจุดนี้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย จะต้องมีการรณรงค์กันต่อเนื่องไปพร้อมๆ กับการพิจารณามาตรการในอนาคต เช่น การออกกฎหมายเพื่อมาบังคับใช้ การจัดหานวัตกรรมใหม่ๆมาทดแทนการไม่ใช้ถุงพลาสติก หรือแม้แต่การเข้าไปร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อเพิ่มเนื้อหาในบทเรียนให้ความรู้แก่เด็กรุ่นใหม่

บทความก่อนหน้านี้สลด! หนุ่มโพสต์ภาพแต่งกับศพ หลังฝ่ายหญิงประสบอุบัติเหตุก่อนวันแต่ง
บทความถัดไปสภานัดผ่านงบ ’63 กมธ. สรุปยอดหั่นทิ้ง 1.6 หมื่นล้าน เทให้แรงงานมากสุด