กปน.แจงปมน้ำประปารสกร่อย ย้ำ ไม่กระทบสุขภาพ แนะวิธีบริโภคช่วงภัยแล้งปี’63

เมื่อวันที่ 3 มกราคม นายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดภาวะภัยแล้ง และน้ำในเขื่อนมีน้อย ไม่เพียงพอที่จะปล่อยมาผลักดันน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งที่ผ่านมา กปน.ได้หลีกเลี่ยงการสูบน้ำดิบเพื่อการผลิตน้ำประปาในช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูง อีกทั้งประสานความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำกับสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมชลประทานมาโดยตลอด แต่เนื่องจากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในปีนี้มีความรุนแรงสูงสุดในรอบ 50 ปี จึงยังคงมีความเค็มผ่านเข้ามาในระบบ ประกอบกับระบบผลิตน้ำของ กปน.ไม่สามารถกำจัดความเค็มออกจากน้ำดิบได้ จึงส่งผลให้รสชาติของน้ำประปาในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเปลี่ยนไป สามารถรับรู้ถึงรสชาติกร่อยเล็กน้อยในบางช่วงเวลา ซึ่งความเค็มในรูปคลอไรด์เกิน 250 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือโซเดียมเกิน 200 มิลลิกรัมต่อลิตร มีปริมาณสูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่มีผลต่อความน่าดื่มและการยอมรับของผู้บริโภค ทั้งนี้ กปน.ขอยืนยันในภารกิจที่ต้องผลิตน้ำประปาเพื่อให้บริการประชาชนทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง

กปน.จึงขอแนะนำแนวทางการใช้น้ำประปาในช่วงภัยแล้งสำหรับประชาชน ตามคำแนะนำของกรมอนามัย ดังนี้ 1.ผู้ที่มีสุขภาพปกติ สามารถบริโภคน้ำประปาได้ โดยยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ด้วยรสชาติที่เปลี่ยนไปอาจส่งผลต่อความน่าดื่ม ทั้งนี้ ความเค็มในรูปของโซเดียมในน้ำประปาถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณโซเดียมในอาหารทั่วไปที่บริโภคในชีวิตประจำวัน 2.การใช้น้ำประปาเพื่อปรุงอาหารในช่วงเวลานี้ ควรลดการเติมเครื่องปรุงรสให้น้อยลง 3.กลุ่มเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงการบริโภค ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคไต โรคหัวใจ โรคความดันสูง โรคเบาหวาน โรคทางสมอง ผู้สูงอายุ และ เด็กเล็ก

โดย กปน.จะจัดให้บริการน้ำประปาดื่มได้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในกรณีดังกล่าว ซึ่งเป็นน้ำประปาจากโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ ที่รับน้ำจากเขื่อนแม่กลองและไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเค็ม สามารถนำภาชนะมารับน้ำประปาดื่มได้ที่สำนักงานประปาสาขาใกล้บ้านท่านทั้ง 18 สาขา เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2563 เป็นต้นไป โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

อนึ่ง สถานการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องจนกว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝน หรือประมาณ
เดือนพฤษภาคม 2563 ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพน้ำประปาออนไลน์ด้วยตนเอง
ทาง http://twqonline.mwa.co.th หรือแอพพลิเคชั่น MWA onMobile หรือสอบถาม MWA call center โทร 1125 รวมทั้ง เพจ Facebook และ Line@ ในชื่อ @MWAthailand ตลอด 24 ชั่วโมง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พิษแล้ง! “สิงห์บุรี”ดินสไลด์-ถนนทรุดต่อเนื่อง แม่น้ำลพบุรีแห้งขอด-เดินข้ามได้ ชาวบ้านเผยหนักกว่าทุกปี
บทความถัดไป‘เคียริออส’ ร่วมบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัยไฟป่าออสเตรเลียตามจำนวนลูกเสิร์ฟเอซ