“วราวุธ” พบ “พีมูฟ” เซ็นบันทึกข้อตกลง ก่อนเสนอ “วิษณุ” แก้ปัญหาที่ดิน

“วราวุธ” พบ “พีมูฟ” เซ็นบันทึกข้อตกลง ก่อนเสนอ “วิษณุ” แก้ปัญหาที่ดิน

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่หน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรี ทส. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงเข้าพบกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หลังปักหลักชุมชนหน้ากระทรวงทส. มาตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม ที่ผ่าน โดยเรียกร้องใน 3 ประเด็นหลัก 1.ปัญหาระดับนโยบาย 10 ข้อ คดีความที่เกี่ยวข้อง 15 คดี และปัญหารายกรณี 67 กรณี ซึ่งเป็นปัญหาจากการใช้กฎหมายป่าไม้ และแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)

นายวราวุธ เผยว่า ตนเป็นส.ส. วันนี้ขอร้องท่านปลัดทส. และข้าราชการทส. เวลาทำงานกับพี่น้องประชาชน เราต้องตั้งเป้าว่าทุกปัญหาเราสามารถแก้ไขได้ แต่อาจต้องใช้เวลาการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ทุกอย่างถูกต้อง เพราะจะเป็นการแก้ไขอย่างยั่งยืน ส่วนนโยบายคทช. ในวันพรุ่งนี้(16ม.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะนั่งหัวโต๊ะแล้วจะบัญชาการเอง ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำชับเสมอว่าต้องให้การแก้ไขกับพี่น้องประชาชน โดยทุกอย่างที่กลุ่มพีมูฟเสนอมารัฐบาลจะค่อยๆ แก้ไขปัญหากันไป

 

จากนั้นนายวราวุธ ได้บันทึกรับทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ทางกลุ่มพีมูฟได้เรียกร้องมา ก่อนจะนำเสนอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

สำหรับแนวทางการแก้ไขของกลุ่มพีมูฟ นายประยงค์ ดอกลำไย แกนนำกลุ่มพีมูฟ กล่าวว่า ภายหลังที่ได้ประชุมกับทส. จึงได้แนวทางและมาตรการการแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่ชัดเจนใน 3 ประเด็นหลัก คือเรื่องนโยบายจะมีการทบทวนมติครม. กฎหมายอุทยาน กฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ และกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาถึงประเด็นที่เป็นปัญหาและส่งผลกระทบ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษา เบื้องต้นอาจมีการออกพระราชกำหนดยกเว้นในรายมาตรา เช่น มาตรา 64 และ 65 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ที่เป็นหลักเกณฑ์และการอนุญาตให้ชุมชนอยู่อาศัยในเขตป่าอนุรักษ์ได้ ส่วนคดีความทั้ง 15 คดี บางกลุ่มคดีจะมีการชะลอสั่งฟ้องเพื่อรอการตรวจสอบ ส่วนคดีไหนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลจะนำข้อเท็จจริงไปเสนอต่อศาล เพื่อให้ศาลอำนวยความยุติธรรมให้พี่น้องประชาชน ส่วนคดีไหนที่ศาลตัดสินเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ทางทส. จะลงไปดูปัญหาความเดือดร้อนและหาทางเยียวยา

 

นายประยงค์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นสุดท้าย รายกรณีทั้ง 67 กรณี ที่เกี่ยวข้องกับ 4 กรม คือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยหน่วยงานทส. จะร่วมออกแบบแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยปัญหาทั้ง 3 ประเด็นนี้ได้เสนอให้ทางรัฐมนตรีทส.ลงนามรับทราบและเห็นชอบถึงแนวทางการแก้ปัญหาทั้ง 3 ประเด็น นอกจากนี้นายวราวุธ ได้แต่งตั้งคณะทำงาน 2 ชุด ชุดที่ 1 ดูแลคดีความ 15 คดี และชุดที่ 2 ดูแลเรื่องนโยบายและรายกรณี

ภายหลังนายวราวุธ ได้เจรจากับกลุ่มพีมูฟเสร็จสิ้น ทางกลุ่มพีมูฟได้เคลื่อนขบวนต่อไปยังทำเนียบ เพื่อขอเข้าพบนายวิษณุ ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป

บทความก่อนหน้านี้คดี ‘แพะลังส้ม’ ไม่จบ แม่ร้องขอความเป็นธรรม หลังอัยการสั่งฟ้อง ยันลูกเป็นแพะ
บทความถัดไป‘วิโรจน์’ ไม่ปล่อยพลทหารฝึก 2 เดือนตาย บี้ถาม รมช.กห. มีโรคแล้วรับประจำการได้ไง?