กทม.จับได้ คาหนังคาเขา ลักลอบทิ้งขยะไม่ผ่านตาชั่ง ทำสูญเงินปีละ 36 ล้าน(คลิป)

กทม.จับได้คาหนังคาเขาลักลอบทิ้งขยะไม่ผ่านตาชั่ง ทำสูญเงินปีละ 36 ล้าน

เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่สถานีขนถ่ายขยะมูลฝอย หนองแขม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายชาตรี วัฒนะเขจร ผู้อำนวยการสำนึกสิ่งแวดล้อม นายศุภกฤต บุญขัน ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ตำรวจ 191 ลงพื้นที่ซุ่มจับผู้กระทำความผิดในข้อหาทิ้งขยะในพื้นที่สาธารณะ

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ภายในโรงขยะแห่งนี้เป็นโรงพักขยะที่จะนำไปฝังกลบ ซึ่งโดยปกติ กทม.จะต้องสูญเสียเงินในการจ้างฝังกลบโดยบริษัทเอกชนตันละ 700 บาท โดยเฉลี่ยจะมีขยะจาก กทม.จำนวน 16 เขต เฉลี่ยวันละ 3,500 ตัน/วัน ซึ่งมีบริษัทรับจ้างฝังกลบขยะนำไปฝังกลบตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับ กทม. แต่มีรถอีกจำพวกหนึ่งซึ่งไม่ใช่รถของ กทม. รับขยะจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น จ.สมุทรสาคร เอามาทิ้งไว้ที่บ่อพักขยะหนองแขม นำขยะเข้ามาทิ้งโดยไม่ผ่านการเข้าด่านชั่งปริมาณขยะ จากการตรวจสอบ 1 สัปดาห์พบการลักลอบนำขยะมาทิ้งวันละ 30 คัน คันละ 5 ตัน ทำให้ กทม.เสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะเหล่านั้นตกวันละ 100,000 บาท เดือนละ 30-40 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าถึงปีละ 300-400 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้ไม่ทราบว่ามีการปฏิบัติการเช่นนี้มานานเพียงใด แต่ในส่วนของผู้ที่นำมาทิ้งเข้าข่ายการทุจริตอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะมีการรับจ้างมาจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล ซึ่งอาจจะมีเจ้าหน้าที่ของ กทม.ร่วมทุจริตด้วย

 

“ในวันนี้มีจำนวน 9 คันที่ตรวจพบ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กแต่เป็นเรื่องทุจริตยิ่งใหญ่ ขยะที่นำมาทิ้งเป็นขยะทั่วไป เราเก็บได้ไม่หมดแต่เราไม่รู้ว่าผ่านมากี่ปี มันเสียหายเยอะ เราต้องหยุดเส้นนี้ให้ได้ อันนี้คือมูลเหตุการก่อให้เกิดทุจริต ต้องทำให้เฉียบขาดด้วยการดำเนินคดีอาญาด้วย” พล.ต.อ.อัศวินกล่าว

เมื่อถามว่าเฝ้าสังเกตเหตุการณ์มานานแค่ไหน พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า เกิดจากการสังเกตว่างบที่ตั้งไว้ในส่วนของการกำจัดขยะส่วนนี้ที่มีการของบไว้ล่วงหน้า 5 ปี ไม่เพียงพอและมีการของบเพิ่ม ซึ่งจะต้องทำเรื่องเข้าสู่สภา จึงเกิดข้อสงสัยว่าเกิดความไม่ชอบมาพากล จึงทำการลงพื้นที่ตรวจในช่วงระยะเวลาเฝ้าสังเกตการณ์ประมาณ 7 วัน หลังจากวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีการตรวจสอบที่บ่อขยะสายไหมและอ่อนนุช แต่ไม่พบ พบเพียงที่หนองแขมเท่านั้น โดยผู้ที่มีส่วนร่วมอาจจะเป็นหัวหน้าศูนย์ขยะหนองแขม ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว วันนี้มีการตรวจจับได้จำนวน 9-10 คัน สำหรับผู้ที่นำมาทิ้งเรามีอำนาจเพียงการแจ้งข้อหาทิ้งขยะในพื้นที่สาธารณะ ค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท/คัน

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ภายหลังจากนี้จะต้องตรวจสอบผู้ที่กระทำความผิด หากพบว่ามีข้าราชการที่กระทำผิดจะต้องดำเนินคดีตามมาตรา 157 การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากมีหลักฐานจากวิดีโอที่ได้บันทึกไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม ซึ่งหากมีการอ้างว่า อบต.ไม่ทราบว่าคนนำขยะไปทิ้งที่ไหน แต่ในหลักการปฏิบัติการว่าจ้างคนนำขยะไปทิ้ง จะต้องไปตรวจสอบว่าผู้รับจ้างนำขยะไปทิ้งที่ไหน ซึ่งการที่นำมาทิ้งขยะเช่นนี้ จะเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงาน ซึ่ง กทม.จะต้องฟ้องเพื่อเรียกร้องค่าใช้จ่าย ในขณะนี้มีข้อมูลว่าผู้อำนวยการสำนักไปแจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่เกิดเหตุแล้ว ที่ สน.หนองค้างพลู และจะต้องเข้าดูเรื่องข้อกฎหมายในการฟ้องร้องค่าเสียหายจาก อบต. เทศบาล ที่เป็นผู้ทำสัญญากับบริษัทที่กระทำความผิด

ซึ่งในขณะการให้สัมภาษณ์ก็มีรถขนขยะลักลอบนำขยะเข้ามาเรื่อยๆ และได้ทำการควบคุมตัวคนขับรถลงบันทึกประจำวันและเปรียบเทียบปรับคันละ 2,000 บาท

นายธงชัย ทำนุ ผู้ขับรถลักลอบขยะ อายุ 58 ปี กล่าวว่า นายก อบต.ที่มีชื่อว่านิรันดร์ เป็นผู้ว่าจ้าง โดยผ่านบริษัททรัพย์อิ่มอำไพ โดยเฉลี่ยเป็นเงินเดือน 15,000 บาท/เดือน ทำการขนขยะมาทิ้งในช่วงค่ำของทุกวัน วันละ 10 ตัน โดยกระทำมากว่า 5 ปีแล้ว เมื่อถามว่ารู้หรือไม่ว่าสิ่งที่ตนเองกระทำนั้นเป็นความผิด นายธงชัยกล่าวว่า ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นผิด เนื่องจากตนเองเป็นลูกจ้าง มีหน้าที่ให้ขับมาทิ้งก็ขับมาทิ้งทุกวัน

“ทุกวันที่ขน เขาก็รู้กันอยู่ ไม่ได้เข้าด่านชั่ง ขับเข้ามาเลย ทำกันมานานแล้ว มาถึงเราก็ทิ้งเลย” นายธงชัยกล่าว

กทม.จับคาหนังคาเขารถลักลอลทิ้งขยะไม่ผ่านตาชั่ง ทำเสียหายปีละ36ล้าน

กทม.จับคาหนังคาเขารถลักลอบทิ้งขยะไม่ผ่านตาชั่ง ทำเสียหายปีละ36ล้าน

โพสต์โดย Matichon Online – มติชนออนไลน์ เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2020

บทความก่อนหน้านี้ศาลนัดไต่สวนปม ‘ทางเลียบเจ้าพระยา’ 23 ม.ค. กลุ่มค้านลั่น สู้เต็มแรงเพื่อแม่น้ำ ทำหน้าที่ประชาชน
บทความถัดไป‘ณัฏฐพล’ ติดอาวุธครูไทย เตรียมปลดล็อก ‘อุปสรรค’ ศึกษาไทย