อธิบดี คพ. เผย “ค่าฝุ่น” ในกทม.-ปริมณฑลวิกฤตเพราะลมสงบจนเกิดภาวะ “ฝาชีครอบ”

เมื่อวันที่ 19 มกราคม นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่า จากการติดตามรายชั่วโมง มีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา

“สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของค่าฝุ่นละอองจนมีค่าอยู่ในเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) (โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง) เกิดจากสภาพอุตุนิยมวิทยา โดยในเช้าวันนี้ยังคงเกิดภาวะลมสงบต่อเนื่อง จากเมื่อวันที่ 18 มกราคม ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯและปริมณฑล ทำให้การกระจายตัวของฝุ่นละลองยังคงอยู่ในระดับต่ำอยู่ ประกอบกับสภาพความกดอากาศในพื้นที่ประเทศไทย เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดภาวะฝาชีครอบ (inversion) ในระดับ 1 กิโลเมตร (กม.) ซึ่งปกติควรสูงกว่า 3 กม. ทำให้สถานการณ์ยังคงมีการสะสมตัวของฝุ่นละอองตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มกราคม ต่อเนื่องมาจนถึงเช้าของวันนี้เพิ่มสูงขึ้น” นายประลอง กล่าวและว่า นอกจากนี้ สาเหตุจากการจราจร พบว่าสถานการณ์การจราจรเมื่อวันที่ 18 มกราคม ในช่วงกลางวันค่อนข้างจะหนาแน่น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการจัดแสดงสินค้า กีฬา และสถานที่ท่องเที่ยวหลักของกรุงเทพฯ ประกอบกับสภาพทางอุตุนิยมวิทยา ทำให้มีการสะสมตัวของฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นตลอดวัน จนทำให้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 อยู่ในเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพตั้งแต่ช่วงค่ำที่ผ่านมา 1 พื้นที่ คือ พื้นที่ริมถนนสามเสน เขตพระนคร (บริเวณย่านบางลำพู) อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นละอองในช่วงเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา เริ่มมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง คพ.จึงได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการภารกิจตามแผนฯอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกในการจราจร เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด โดยทางกองบังคับการจราจร (บก.จร.) ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรลงจัดการจราจรในพื้นที่ที่การจราจรติดขัดหนักอย่างต่อเนื่อง

นายประลอง กล่าวถึงการปฏิบัติตนเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีค่าคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานจากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 สูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ ว่า ในช่วงนี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทางสุขภาพที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ในพื้นที่ที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านเป็นเวลานาน ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อเป็นการป้องกันฝุ่นละออง รวมถึงป้องกันโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นไปตามหลักการป้องกันไว้ก่อน

นายประลอง กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองในหลายพื้นที่ของวันนี้มีค่าเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด โดยเฉพาะพื้นที่สีแดง คพ.ได้ดำเนินการประสานและขอให้เข้มงวดในมาตรการที่ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามบัญชานายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดอย่างเข้มงวด และเร่งด่วนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น ทั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ เช่น กรมขนส่งทางบก กรมทางหลวง บก.จร. กทม. ขสมก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ยังคงดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง อาทิ ตรวจวัดควันดำ เข้มงวดการห้ามรถบรรทุกเข้าเขตกรุงเทพฯ ตามช่วงเวลาที่กำหนด เข้มงวดตรวจจับควันดำรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถโดยสาร ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าหลีกเลี่ยงการนำรถบรรทุกสินค้าทุกประเภท (ยกเว้นสินค้าที่จำเป็น เช่น ของสด) เข้าในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ควบคุมการระบายมลพิษทางอากาศอย่างเข้มงวด โดย กรอ.ประสาน โรงงานอุตสาหกรรมลดกำลังการผลิตในช่วงสถานการณ์ฝุ่นละอองสูง ไม่ให้มีการเผาในที่โล่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ควบคุมและลดฝุ่นจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าและการก่อสร้างประเภทอื่นๆ พร้อมทั้งเร่งคืนผิวการจราจรให้แก่ประชาชนเพื่อลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดในช่วงกลางวัน

อธิบดี คพ.กล่าวว่า ในพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) ได้แก่พื้นที่ ริมถนนสามเสน ในเขตพระนคร คพ.ได้ประสาน กทม. และ บก.จร.เพื่อให้เข้าดำเนินการอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งแจ้ง สธ.เพื่อให้เร่งประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการปฏิบัติตนในสถานการณ์ที่ค่าฝุ่นละอองมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว

“สถานการณ์ ต่อจากนี้ ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า สถานการณ์ในช่วงเช้านี้ ยังคงมีการสะสมตัวของฝุ่นละอองต่อเนื่องจากภาวะที่ลมสงบ จนกระทั่งในช่วงเที่ยงของวันนี้ การฟุ้งกระจายตัวของฝุ่นละอองจะเริ่มดีขึ้นเนื่องจากหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะได้รับอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็วสูงสุด 10-20 กม./ชม. และอาจมีโอกาสที่จะเกิดฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ข้อมูลการพยากรณ์อากาศรายสัปดาห์พบว่าวันที่ 19 มกราคม 2563 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนพัดความหนาวเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยเข้าปกคลุมภาคเหนือ ส่วนในช่วงวันที่ 22 – 24 มกราคม 2563 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกลงสู่ทะเลจีนใต้มากยิ่งขึ้น ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกและภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนสภาพการจราจร เนื่องจากในวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ การจราจรในภาพรวมของเช้านี้มีการจราจรที่ค่อนข้างคล่องตัวมากกว่าเมื่อวันที่ 18 มกราคม และแม้ว่าอาจมีบางพื้นที่ที่อาจมีการสะสมตัวของการจราจรอยู่บ้างแต่อาจไม่มากนัก ซึ่งสอดคล้องข้อมูลดัชนีรถติดจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย จะช่วยให้สถานการณ์ภาพรวมในวันนี้จะยังมีการสะสมของฝุ่นละอองอยู่ระดับหนึ่ง” อธิบดี คพ.กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โครงร่างตำนานคน : กรณ์ จาติกวณิช สัญญาณ‘ประชาธิปัตย์’ : โดย การ์ตอง
บทความถัดไปแม่ทัพภาค 3 ลงพื้นที่พิจิตรตรวจสถานการณ์ภัยแล้งลุ่มน้ำยม เตรียมให้การช่วยเหลือประชาชน