“ฝาชีครอบ” ทำชาวกรุงจม “ฝุ่นพิษ” คพ.ชี้เกินมาตรฐาน 49 สถานี ถ.สามเสนหนักสุด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 มกราคม กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 53 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 47-91 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. โดยปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกพื้นที่เมื่อเทียบกับช่วงเช้าของวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพบพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) 48 สถานี และมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) 1 สถานี คือ ริมถนนสามเสน เขตพระนคร มีค่าฝุ่นสูงสุด 91 มคก./ลบ.ม.โดยพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ได้แก่ บริเวณแขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน แขวงบางนา เขตบางนา แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ แขวงดินแดง เขตดินแดง แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง ริมถนนดินแดง เขตดินแดง แขวงพญาไท เขตพญาไท แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม ต.บางกรวย อ.บางกรวย ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน หรือ PM10 ตรวจพบค่าระหว่าง 61 – 127 มค./ลบ.ม. เกินมาตรฐานที่บริเวณ เกินมาตรฐานที่บริเวณแขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี และริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดี คพ. เปิดเผยว่า สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของค่าฝุ่นละออง สาเหตุจากสภาพอุตุนิยมวิทยา ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เกิดภาวะลมสงบตั้งแต่ช่วงกลางคืนวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงเช้าในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้การกระจายตัวของฝุ่นละลองยังคงอยู่ในระดับต่ำอยู่ ประกอบกับสภาพความกดอากาศในพื้นที่ประเทศไทย เมื่อช่วงคืนวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา เกิดภาวะฝาชีครอบ ในระดับต่ำกว่า 1 กิโลเมตร (กม.) ซึ่งปกติ ควรสูงกว่า 3 กม. ทำให้ฝุ่นไม่สามารถลอยขึ้นไปได้ และยังคงมีการสะสมตัวของฝุ่นละอองตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม ต่อเนื่องมาจนถึงเช้าของวันนี้เพิ่มสูงขึ้น

นายประลอง กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุจากการจราจร โดยในช่วงกลางวันวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา การจราจรค่อนข้างจะหนาแน่นต่อเนื่อง ทำให้มีการสะสมตัวของฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น และเนื่องจากในวันนี้เป็นวันต้นสัปดาห์ของการทำงาน การจราจรในภาพรวมของเช้านี้มีการจราจรที่หนาแน่นและติดขัดในหลายเส้นทาง ซึ่งสอดคล้องข้อมูลดัชนีรถติดจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย และกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.)

“ซึ่งหากประกอบกับข้อมูลที่กล่าวในข้างต้นแล้วนั้น สถานการณ์ภาพรวมในวันนี้อาจจะยังคงมีการสะสมของฝุ่นละอองอยู่ระดับหนึ่ง โดย คพ.ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการภารกิจตามแผนฯอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกในการจราจร เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด โดยทาง บก.จร.ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรลงจัดการจราจรในพื้นที่ที่การจราจรติดขัดหนักอย่างต่อเนื่อง” นายประลอง กล่าวและว่าสถานการณ์ต่อจากนี้ ในช่วงเช้านี้ยังคงมีการสะสมตัวของฝุ่นละอองต่อเนื่อง จากภาวะสภาพอากาศปิด ลมสงบ จนกระทั่งในช่วงเที่ยงของวันนี้ การฟุ้งกระจายตัวของฝุ่นละอองจะเริ่มดีขึ้นเนื่องจากหลายพื้นที่ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะได้รับอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็วสูงสุด 10-20 กม/ชม. และอาจมีโอกาสที่จะเกิดฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่

อธิบดี คพ. กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม คพ.ยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสาธารณชนทราบเพื่อจะได้ดำเนินการเข้าไปบรรเทาสภาพปัญหา และเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ ใช้เป็นข้อมูลในการดูแลตนเองต่อไป ทั้งนี้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งและติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองแบบ Real Time ได้ทางเว็บไซต์ air4thai.com แอพพลิเคชั่น Air4Thai และ http://bangkokairquality.com

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ ตรวจราชการก่อนเปิดประชุม ครม.สัญจรที่นราฯ 20-21 มค.นี้ (ชมคลิป)
บทความถัดไปการ์ตูนอรุณ : วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563