กทม.ทดลองใช้ “เครื่องฟอกอากาศ” ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ลดฝุ่นพิษ

เมื่อวันที่ 24 มกราคม นางศิลปสวย ระวีแสงสรูย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจการติดตั้งเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 (ต้นแบบ) ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เขตราชเทวี ว่า มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ประสาน กทม.จัดพื้นที่ติดตั้งเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่น PM2.5 (ต้นแบบ) จำนวน 4 เครื่อง ซึ่งสามารถกรองฝุ่น PM2.5 และฟอกอากาศได้ในอัตรา 2 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ให้ กทม.นำไปติดตั้งในพื้นที่ที่มีประชาชนใช้สัญจรเดินทางจำนวนมาก และมีการจราจรหนาแน่นเพื่อบรรเทาปัญหาและลดปริมาณฝุ่น PM2.5 รวมทั้งทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องบำบัดอากาศ จึงได้นำเครื่องมาติดตั้งที่บริเวณเกาะพญาไท จำนวน 2 เครื่อง และเกาะราชวิถี จำนวน 2 เครื่อง เพื่อฟอกอากาศและลดฝุ่น PM2.5 บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

นางศิลปสวย กล่าวว่า กทม.เดินเครื่องเพื่อฟอกอากาศใน 2 ช่วงเวลา ระหว่างเวลา 05.00-12.00 น. และเวลา 14.00-20.00 น. โดยกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) จะทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศด้วยเครื่องตรวจวัดคุณภาพแบบติดตั้งภายนอกอาคาร จุดละ 1 เครื่อง เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณดังกล่าวทั้งก่อนติดตั้งและระหว่างติดตั้งเครื่องบำบัดอากาศฯ ส่วนกระแสไฟฟ้านั้น การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สนับสนุนการติดตั้งมิเตอร์ชั่วคราวสำหรับเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่น PM2.5 (ต้นแบบ) ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นระบบบำบัดอากาศแบบเปียก อากาศจะถูกดูดเข้ามาในเครื่องบำบัดด้วยพัดลมดูดอากาศ ผ่านเข้ามาจะถูกทำให้เกิดการอัดตัวโดยผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า “เวนทูรีสครับเบอร์” โดยใช้น้ำเป็นตัวกลางในการดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ติดมากับมวลอากาศ อากาศที่ผ่านการบำบัดแล้วทั้งหมดจะไหลออกกลับคืนสู่ด้านนอกทางปล่องปล่อยออก โดยออกแบบเป็นรูปตัวทีที่มีฝาปิด-เปิด เพื่อให้สามารถเลือกรูปแบบการปล่อยออกแบบทิศทางเดียว หรือ 2 ทิศทางได้ และฝาปิด-เปิดสามารถปรับระดับองศาการปิด-เปิดได้ เพื่อให้สามารถกำหนดมุมองศาการปล่อยอากาศที่บำบัดแล้วออกไปยังจุดพื้นที่และระดับความสูงที่ต้องการได้ ระบบถูกออกแบบและจัดสร้างเพื่อใช้งานในพื้นที่เปิดเป็นแบบเคลื่อนที่ได้ (Mobile) เพื่อที่จะให้เกิดความคล่องตัวและมีความยืดหยุ่นในการเข้าสู่พื้นที่ที่เกิดปัญหาได้เป็นอย่างดี

“หลักการของโมเดลนี้มีแนวคิดกำหนดแบ่งอากาศที่จะทำการบำบัดเป็นระดับชั้น โดยความสูงของระดับชั้นที่เลือกออกแบบกำหนดจากระดับความสูงในแนวดิ่งที่วัดจากระดับพื้นขึ้นไปในอากาศซึ่งการออกแบบครั้งนี้เลือกกำหนดที่ 3–5 เมตร จากพื้นดิน ทั้งนี้ หากผลการทดลองติดตั้งเครื่องบำบัดอากาศฯ ได้ผลดีมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ในอนาคตคาดว่าจะนำเครื่องดังกล่าวไปติดตั้งบริเวณป้ายรถสาธารณะ สถานที่ที่มีประชาชนหนาแน่น โรงเรียน เป็นต้น” นางศิลปสวย กล่าว

ปลัดกทม.กล่าวว่า สำหรับเครื่องบำบัดอากาศฯ มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1.น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม (กก.) 2.ความสามารถในการดูดอากาศเข้า 2.2 ลบ.ม./วินาที 3.ปริมาตรอากาศที่ปล่องปล่อยออก 2 ลบ.ม./วินาที 4.ประสิทธิภาพในการบำบัด PM2.5 (จากการทดสอบ) อยู่ระหว่าง 85–90% 5.ขีดความสามารถบำบัดอากาศที่ระดับชั้น 3 เมตร เท่ากับ 0.086 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.)/ชั่วโมง และ 6.ในการดูดอากาศเข้าบำบัดหนึ่งครั้งอากาศจะได้รับการบำบัด 2 ส่วน คือ อากาศที่ได้รับการบำบัดจากเครื่อง​และอากาศที่ได้รับการบำบัดจากการเจือจาง ทำให้ทุกวินาทีอากาศได้รับการบำบัดเป็น 2 ลบ.ม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.รายงานคุณภาพอากาศประจำวัน พบว่า เขตวังทองหลาง เป็นพื้นที่เดียวที่พบค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ล่าสุด เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตวังทองหลางได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองโดยการใช้สเปร์ยพ่นละอองน้ำ และการทำความสะอาดพื้นที่สถานประกอบการ เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตวังทองหลาง 3 แห่ง คือ โรงเรียนวัดสามัคคีธรรม โรงเรียนสุเหร่าลาดพร้าว โรงเรียนสุเหร่าดอนสะแก โรงแรม Jazzotel และคอนโดลุมพินี สาขาโชคชัย4 พร้อมทั้งได้มอบหน้ากากอนามัยให้กับนักเรียนและบุคลากรครู

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สหรัฐเข้มออกวีซ่าท่องเที่ยว มุ่งสกัดการคลอดลูกหวังสัญชาติอเมริกัน
บทความถัดไปผู้นำฝ่ายค้าน ติง กดบัตรแทนกันเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม-ความเชื่อมั่นรัฐสภา