พื้นที่ชุ่มน้ำเมือง (Wetland City) เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

พื้นที่ชุ่มน้ำเมือง (Wetland City)

เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

พื้นที่ชุ่มน้ำ จัดเป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งพืชและสัตว์ เป็นแหล่งผลิตที่สำคัญในห่วงโซ่อาหาร เป็นแหล่งน้ำ อาหาร และประกอบอาชีพของคน นอกจากนี้ พื้นที่ชุ่มน้ำยังทำหน้าที่เป็นเป็นฟองน้ำขนาดใหญ่ในการดูดซับน้ำจากพื้นที่น้ำท่วม เป็นพื้นที่กันชนชั้นดีในการป้องกันผลกระทบจากคลื่นพายุซัดฝั่ง และอันตรายจากน้ำไหลบ่า พื้นที่ชุ่มน้ำยังทำหน้าที่รักษาปริมาณน้ำใต้ดิน ทำหน้าที่กรองของเสียด้วยการดูดซับสารพิษ โดยเฉพาะสารพิษที่มาจากพื้นที่เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบ้านเรือน รวมถึงทำหน้าที่เป็นแหล่งนันทนาการ ช่วยลดความตึงเครียด ตลอดจนช่วยส่งเสริมสุขภาพของประชาชนที่มาใช้บริการจากพื้นที่ชุ่มน้ำ

แต่ปัจจุบันพื้นที่ชุ่มน้ำได้รับการบุกรุกและเปลี่ยนแปลงสภาพไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น โดยมีสาเหตุที่สำคัญคือ การขยายตัวของชุมชนเมือง อันเนื่องมาจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Advertisement

จากรายงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) พบว่า ในปี พ.ศ.2558 ประชากรโลกมีจำนวนอยู่ที่ 7 พันล้านคน และจะเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 2.4 ต่อปี และพบว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรโลกทั้งหมด หรือประมาณ 4 พันล้านคน อาศัยอยู่ในเขตเมือง ซึ่งจำนวนและการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรอย่างรวดเร็วในพื้นที่เขตเมืองนี้ ส่งผลให้แนวโน้มของการบุกรุก ทำลายพื้นที่พื้นที่ชุ่มน้ำเพิ่มขึ้น

การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ สมัยที่ 12 (Conference of the Contracting Parties: COP 12) เมื่อวันที่ 1-9 มิถุนายน 2558 ณ เมืองปุนตา เดล เอสเต สาธารณรัฐบูรพาอุรุกวัย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำกับการสนับสนุนการให้บริการในด้านต่างๆ แก่ชุมชนเมือง จึงได้ให้การรับรองการจัดตั้งระบบการให้การรับรองการเป็น เมืองแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำŽ ขึ้น และได้เชิญชวนให้ภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสนใจ ร่วมเสนอชื่อเข้าร่วมการคัดเลือกเป็น เมืองแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ ภายใต้การรับรองของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland City Accreditation of the Ramsar Convention)Ž เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำในเมือง และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างชาญฉลาด ตลอดจนเพื่อให้เกิดการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยเฉพาะการให้บริการทางนิเวศกับชุมชนเมือง ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกเมืองแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำดังกล่าว ได้ให้ความสำคัญกับการที่พื้นที่ชุ่มน้ำในเมืองนั้นๆ สามารถแสดงให้เห็นถึงการให้บริการทางนิเวศแก่เมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเครื่องมือ/กลไกที่เหมาะสมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ

รวีวรรณ ภูริเดช

นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กล่าวว่า สผ.ในฐานะหน่วยประสานงานกลางอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งมีหน้าที่ในการดำเนินการตามพันธกรณี และข้อตัดสินใจต่างๆ จากการประชุมภายใต้อนุสัญญาฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าการเข้าร่วมการคัดเลือก เมืองแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำภายใต้การรับรองของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำŽ ดังกล่าว จะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ สามารถใช้เป็นเครื่องมือ กลไก ในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในคุณค่า และความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำแก่สาธารณชน ตลอดจนเพิ่มศักยภาพด้านการอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว อันจะนำมาซึ่งการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ สผ.จึงได้ประสานหน่วยงานและจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ มีการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการดำเนินงานร่วมกับภาคประชาสังคมในการอนุรักษ์ และดูแลรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำในเขตเมืองของตนอย่างต่อเนื่อง เข้าร่วมการคัดเลือกเป็นเมืองแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำดังกล่าว

มีจังหวัดที่สนใจเข้าร่วมการคัดเลือก จำนวน 3 แห่ง คือ 1.พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง จ.นครพนม ซึ่งอยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือแรมซาร์ไซต์ ลำดับที่ 15 ของประเทศ 2.พื้นที่ชุ่มน้ำหนองหาร จ.สกลนคร ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญของประเทศ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2543 และ 3.พื้นที่ชุ่มน้ำศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี ในสถาน ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญของประเทศ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2543 และเป็นพื้นที่เตรียมประกาศขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือแรมซาร์ไซต์ และพื้นที่เครือข่ายนกอพยพภายใต้โครงการความร่วมมือพันธมิตรสำหรับการอนุรักษ์นกและใช้ประโยชน์ถิ่นที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนในเส้นทางการบินเอเชียตะวันออก-ออสเตรเลีย (Parnership for the Conservation of Migratory Waterbirds and the Sustainable Use of their Habitats in East Asian – Australasian Flyway: EAAFP) และเป็นสถานที่จัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ปี พ.ศ.2563 ในครั้งนี้Ž นางรวีวรรณกล่าว

เลขาธิการ สผ.กล่าวว่า สผ.ได้จัดกิจกรรม วันพื้นที่ชุ่มน้ำ จ.สมุทรปราการ ประจำปี 2563Ž ในวันที่ 29 มกราคม 2563 ณ สถานตากอากาศบางปู เพื่อประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน รวมทั้งสร้างความมั่นคงทางอาหารแก่มนุษย์ และเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเกิดความหวงแหนในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืนรวมทั้งสามารถนำประสบการณ์และความรู้จากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ชุ่มน้ำต่อไป

ซึ่งไม่ว่าประเทศไทยจะได้รับการคัดเลือกเป็นเมืองแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำหรือไม่ อาจไม่ใช่เรื่องที่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่เราได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ และเจตนาที่แน่วแน่ ในการดำเนินงานด้าน การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด ตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาฯ ให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image