แพทย์เชี่ยวชาญชี้ ‘H5N1’ คนละกลุ่มกับ ‘ไวรัสโคโรนา’ ยันไม่ข้ามสาย

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการพบเชื้อไข้หวัดนก เอช5 เอ็น1 (H5N1) ที่มณฑลหูหนาน ซึ่งติดกับมณฑลหูเป่ย จุดศูนย์กลางการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และหลายฝ่ายเกรงว่าจะยิ่งทำให้สถานการณ์ติดเชื้อไวรัสโคโรนารุนแรงขึ้น ว่า หากพบเชื้อเอช5เอ็น1 ในสัตว์ปีก ก็ต้องทำลายให้หมด และต้องทำความสะอาดด้วย ส่วนข้อสงสัยว่าเชื้อไข้หวัดนกจะมาผสมกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือไม่ ยืนยันว่าเป็นเชื้อไวรัสคนละกลุ่ม ที่ไม่สามารถผสมกันได้

“เชื้อไข้หวัดนกถือว่ามีความรุนแรง อัตราการเสียชีวิตในคนร้อยละ 60 ทั้งนี้จากประสบการณ์ โรคที่มีอัตราเสียชีวิตสูง มักไม่ค่อยระบาดหรือไม่ระบาดใหญ่ เพราะหากใครเป็นแล้วเสียชีวิต ก็เผา ยกเว้นว่าเมื่อใดที่ความรุนแรงลดลงเรื่อยๆ จนไปผสมเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล แบบนั้นจะเกิดเรื่อง” รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าวและว่า กรณีการติดเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และเชื้อไข้หวัดใหญ่ จะทำให้รุนแรงมากขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ การมี 2 เชื้อ ในที่เดียวกัน ก็มีโอกาสที่จะรุนแรงมากขึ้น แต่ในทางการแพทย์หากมีกรณีนี้ จะตั้งข้อสงสัยหรือข้อสังเกตไปที่ผู้ป่วยรายนั้น อาจโชคร้ายภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่ดี เช่น ภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือไม่ กินยาสเตียรอยด์หรือไม่ มีโรคประจำตัวหรือไม่ อายุเท่าไร เพราะอายุยิ่งมากภูมิคุ้มกันยิ่งต่ำ เป็นต้น

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าวว่า หลายคนรู้สึกว่าตัวเองมีความเสี่ยงต่อเชื้อไวรัสโคโรนา จึงไปขอรับการตรวจยืนยันเชื้อ ซึ่งหากไม่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ถ้าเข้าหลักเกณฑ์ สธ.รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาจากการตรวจส่วนใหญ่พบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ โดยเป็นเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพียงร้อยละ 5 เท่านั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน
 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“อูเบอร์” ระงับบัญชีผู้ใช้บริการ 240 รายในเม็กซิโก หลังพบนั่งรถของคนขับที่มีผู้โดยสารต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่น
บทความถัดไปคอลัมน์ เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน : นั่งชิลที่ ‘Pike/Pine’ ประชานิเวศน์ 1 เต็มอิ่มอาหารยุโรปโฮมเมดแท้