“สาธิต” เยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิงที่โคราช เผย 1 ในผู้เสียชีวิตเป็นบุคลากร สธ.

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กราดยิง แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล (รพ.) มหาราชนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้ความสำคัญในการฟื้นฟูจิตใจผู้บาดเจ็บ ครอบครัวผู้บาดเจ็บ ครอบครัวผู้สูญเสีย คนในจังหวัด และในประเทศอย่างเต็มที่ โดยมอบหมายให้ สธ. เข้ามาฟื้นฟูจิตใจ คลายความหวาดวิตก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศภายหลังได้ ขอให้ช่วยกันเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น สำหรับเจ้าหน้าที่ สธ.ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ สธ.มีหลายมาตรการรองรับเพื่อเยียวยา

นายสาธิต กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ มีบุคลากรของ รพ.มหาราชนครราชสีมา ประสบเหตุ 2 ราย รายที่ 1 เป็นบุคลากรจากศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก เสียชีวิตจากการถูกยิงในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช เบื้องต้นจะได้รับเงินตามสิทธิประกันสังคม เงินสวัสดิการของโรงพยาบาล ในการช่วยเหลืองานศพและช่วยเหลือญาติ รวมทั้งเงินจากศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก สธ. รายที่ 2 เป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นแพทย์ประจำบ้าน มีอาการแขนขวาหัก มีลมและเลือดคั่งในปอด ขณะนี้อาการดีขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งผู้บาดเจ็บรายนี้เป็นข้าราชการจะได้รับสวัสดิการในการรักษาพยาบาลตามสิทธิ และเงินช่วยเหลือจากโรงพยาบาล
สำหรับผู้บาดเจ็บที่ยังพักรักษาตัวที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา มีจำนวน 19 ราย อาการหนัก 5 ราย ระยะพ้นวิกฤติรอการฟื้นตัว 14 ราย ได้กำชับให้ดูแลรักษาพยาบาลให้ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด โดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย

“ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาล ที่ทำงานช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ดูแลด้านสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศอย่างเต็มที่นับเป็นภูมิใจของ สธ.” นายสาธิต กล่าวและว่า ในด้านการดูแลสภาพจิตใจ กรมสุขภาพจิต สธ.ได้ส่งทีมเอ็มแคท (MCATT) ลงพื้นที่ค้นหาและดูแลผู้ได้รับผลกระทบในระยะเฉียบพลัน 72 ชั่วโมงแรก นำเข้าสู่ระบบการให้คำปรึกษา บางรายต้องพบจิตแพทย์และรักษาด้วยยา ขณะนี้ได้เข้าสู่ระยะที่ 2 คือ การเยียวยาสภาพจิตใจญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลและญาติ รวมถึงเปิดช่องทางให้ประชาชนเข้ารับคำปรึกษา ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา รับบริการได้ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา และ รพ.จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ หรือที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งมีประชาชนทยอยเข้ารับคำปรึกษาเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ผู้ประสบเหตุ ครอบครัว ผู้ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ ลดการติดตามข่าวสาร หยุดแชร์เหตุการณ์ซ้ำ จะช่วยลดความเครียดได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ดีบีเอส สิงคโปร์ อพยพพนักงาน 300 ชีวิตออกจากที่ทำงาน หลังพบติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 1 ราย
บทความถัดไป‘ธนาธร’ เอาใจช่วย ‘บิ๊กแดง’ ล้างบางธุรกิจทหาร แนะนำข้อมูลมาตรวจสอบ ‘อย่างโปร่งใส’