สปสช.ขยายผลศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพใน รพ. เป็นกลไกคุ้มครองสิทธิระดับพื้นที่

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นพ.ปัญญา กีรติหัตถยากร ประธานคณะกรรมการคัดเลือกศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สปสช.ได้จัดงาน “มหกรรมรวมพลังกลไกขับเคลื่อนระบบหลักประกันสุขภาพในพื้นที่” ได้มีการมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรแก่ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการดีเด่น เพื่อเป็นการให้กำลังใจและกระตุ้นให้โรงพยาบาลต่างๆ พัฒนาศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการของตัวเอง

“การประกวดศูนย์หลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการ สิ่งที่ต้องการคือ ให้หน่วยบริการทุกแห่งควรมีศูนย์ที่จะให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในทุกเรื่องตั้งแต่การสอบถามสิทธิ ย้ายสิทธิ ฯลฯ รวมทั้งการร้องเรียน แทนที่จะไปร้องข้างนอก มีปัญหาหรือจะร้องเรียนก็แจ้งในศูนย์นี้เลย และหวังผลว่าจะช่วยแก้ปัญหาของประชาชนได้อย่างทันท่วงที เราดำเนินการมาต่อเนื่อง เกิดช่องทางให้หลายรูปแบบ เช่น มีตู้รับเรื่องร้องเรียนข้อเสนอแนะตามจุดต่าง ๆ การร้องเรียนตรง หรือผ่านอินเทอร์เน็ตของโรงพยาบาล เว็บไซต์ของโรงพยาบาลเอง แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาแก้ไขข้อร้องเรียนต่าง ๆ ถ้าเกี่ยวกับงานคุณภาพก็เข้าไปสู่คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาล นำไปวิเคราะห์สาเหตุแล้ววางระบบพัฒนาและแก้ไข” นพ.ปัญญา กล่าวและว่า ทั้งนี้ ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการที่ได้รับโล่รางวัลดีเด่นในปีนี้ ประเภทโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป อันดับ 1 โรงพยาบาล (รพ.) พุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา อันดับ 2 รพ.ปัตตานี และอันดับ 3 รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก ส่วนประเภทโรงพยาบาลชุมชน อันดับ 1 รพ.รือเสาะ จ.นราธิวาส อันดับ 2 รพ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น และ อันดับ 3 รพ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

 

นพ.ปัญญา กล่าวว่า การขยายผลจากการมอบโล่รางวัลในครั้งนี้ ทางตรงคือ สปสช.แต่ละเขตสุขภาพจะนำไปใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการอื่น ๆ และทางอ้อมคือการนำโรงพยาบาลที่ได้รับรางวัลปีนี้ไปเป็นกรรมการในปีต่อไป ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และเป็นพี่เลี้ยงให้กับโรงพยาบาลที่ยังไม่ได้รับรางวัลต่อไป

นพ.ปัญญา กล่าวถึงทิศทางของศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการในอนาคตว่า จะเป็นกลไกเชื่อมประสานการทำงานร่วมกับกลไกการคุ้มครองสิทธิในพื้นที่ ที่สำคัญคือหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียน ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่ดีและมีคุณภาพ เกิดการบูรณาการกำกับคุณภาพมาตรฐานและการคุ้มครองสิทธิ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สมชาย’ ข้องใจ เอ็นจีโอดัง ไม่เอียงฝ่ายใด กลับทิ้งอุดมคติที่ดี ลงชื่อค้านยุบอนาคตใหม่
บทความถัดไปหนุ่มบุรีรัมย์ คลั่ง คว้าปืนกราดยิง ไร้สาเหตุ ตร.เจรจา 2 ชม. ก่อนรวบตัวสำเร็จ