ปลัด สธ.วอนไม่จำเป็นอย่าไป ‘จีน-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์-มาเก๊า-ฮ่องกง’ พื้นที่เสี่ยงโควิด-19

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. พร้อมด้วย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค และ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุภาพที่ 10 แถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 2019

นพ.สุขุมกล่าวว่า คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 3 ฝ่าย ได้รายงานยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่ม 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวจีน เพศหญิงอายุ 68 ปี ซึ่งเป็นผู้สัมผัสของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 22 และอยู่ระหว่างการติดตามเฝ้าระวังมาตั้งแต่แรกอย่างต่อเนื่อง เมื่อพบว่ามีไข้ ไอ จึงรับเข้าโรงพยาบาล (รพ.) เพื่อรักษา เป็นผู้ป่วยรายที่ 4 ในครอบครัวเดียวกัน นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 35 ของประเทศไทย ทั้งนี้ สธ.ได้ขยายการเฝ้าระวังเพื่อให้สามารถค้นพบผู้ป่วยได้มากขึ้น ใน 3 กลุ่ม ดังนี้

1.ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบที่หาสาเหตุไม่ได้ และผู้ป่วยที่เป็นผู้ประกอบอาชีพที่สัมผัสใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

2.เพิ่มการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและใน รพ. หากเป็นผู้เดินทางจากประเทศจีน ฮ่องกง มาเก๊า จีนไทเป ญี่ปุ่น สิงค์โปร์และประเทศที่มีรายงานการระบาดรวมถึงระบาดในชุมชน

3.ในส่วนของ รพ. ให้เพิ่มการเฝ้าระวังเป็นพิเศษกรณีที่ผู้ป่วยมีประวัติเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีรายงานพบการแพร่เชื้อในชุมชนภายในประเทศนั้นๆ (local transmission)

นพ.สุขุมกล่าวว่า ช่วงเช้าของวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ.ได้ใช้เครื่องบินส่วนตัวบินไปที่ อ.แม่สอด จ.ตาก แต่เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดี จึงได้บินกลับ และได้วิดีโอคอลกับทีมงานของ สธ. ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก และทีมของจังหวัดตาก ทำความเข้าใจมาตรการการป้องกัน การควบคุมโรคที่แม่สอด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทุกหน่วยงานร่วมมือในมาตรการป้องกันควบคุมโรค

นพ.สุขุม กล่าวว่า สำหรับกรณีเรือสำราญเวสเตอร์ดัมเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง สธ.จึงมีมาตรการ 2 ส่วน 1.กรณีคนไทยกลับบ้านมีการดูแลติดตามเฝ้าระวังต่อเนื่องจนครบ 14 วัน ตามมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค หากจะเดินทางต่อมีการคัดกรองก่อนขึ้นเครื่องหากมีไข้ไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่องและส่งเข้ารักษาตามระบบ 2.คนต่างชาติจะไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ ทั้งการต่อเครื่องและเปลี่ยนเครื่อง โดย สธ.ได้ประสานงานกับสายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กระทรวงการต่างประเทศและบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หากจำเป็นจะเดินทางเข้าประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคของไทยอย่างเคร่งครัด เช่น สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ พร้อมแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ ตรวจคัดกรองก่อนขึ้นเครื่อง และหากตรวจพบเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น ไข้ ไอ จะถูกส่งเข้าระบบเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมโรคของประเทศไทยทันที ทั้งนี้การป้องกันควบคุมโรค กรณีคนบนเรือเวสเตอร์ดัมที่จะมาเมืองไทย เกิดขึ้นภายหลังมีการยืนยันว่า มีคนบนเรือติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 1 ราย ที่ประเทศมาเลเซีย

นพ.สุขุมกล่าวว่า ในด้านการตรวจทางห้องปฎิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เพิ่มศักยภาพและพัฒนาการตรวจด้วยชุดน้ำยาสำเร็จรูปแบบ realtime RT-PCR รู้ผลเร็ว ใน 5 นาที มีความแม่นยำสูง ในระยะต่อไปจะขยายไปยัง รพ.ศูนย์/ รพ.ทั่วไปให้ตรวจวินิจฉัยเชื้อได้ โดยอย่างน้อยจะต้องมี 1 รพ.ต่อ 1 จังหวัดที่สามารถตรวจสอบผลได้ นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงรับประเมินชุดน้ำยาสำเร็จรูปแบบ realtime RT-PCR เพื่อขึ้นบัญชีชุดน้ำยาที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เป็นข้อมูลช่วยให้ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไปทั้งภาคเอกชน เลือกซื้อชุดน้ำยาสำหรับตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ที่มีความแม่นยำสร้างความมั่นใจประชาชน

นพ.สุขุมกล่าวว่า โดยในวันนี้ได้ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ถึงข้อสั่งการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ดังนี้ 1.รณรงค์ให้ประชาชนหมั่นล้างมือใช้หน้ากากผ้า ทำความสะอาดจุดสัมผัสที่อาจเป็นจุดแพร่เชื้อโรค โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรถสาธารณะ และผู้ให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.จังหวัดที่มีท่าเทียบเรือ สนามบิน และช่องทางเข้าออกที่มีการเดินทางจากต่างประเทศ ให้ตั้งด่านควบคุมโรค คัดกรองผู้โดยสารและผู้ที่ผ่านช่องทางเข้าออกทุกราย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี กระบี่ และภูเก็ต บูรณาการบุคลากรในจังหวัด เขตสุขภาพ รวมถึงเขตสุขภาพใกล้เคียง ร่วมกับกรมควบคุมโรค 3.จัดหาเวชภัณฑ์ที่จำเป็น อาทิ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ชุดปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ให้พร้อมใช้ 4.เตรียมทีมเฝ้าระวังสอบสวนโรค ติดตามผู้สัมผัส รักษาพยาบาล ห้องแยกโรคชนิดต่างๆ และหอผู้ป่วยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ 5.ใช้กลไกคณะกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัด ขับเคลื่อนและสื่อสารแนวทางการคัดกรอง การรักษาพยาบาล ให้สถานพยาบาลเอกชนในจังหวัด 6.ดำเนินงานตามข้อสั่งการ อย่างเคร่งครัด และรายงานผลการดำเนินงาน

“ในระยะอีก 2 เดือน ประเทศไทยจะเริ่มมีอากาศร้อน สถานการณ์ของโรคน่าจะดีขึ้น และยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สามารถล้างได้ด้วยสบู่ ควรล้างมือก่อนใช้ช้อนกลาง และหากกลัวแพร่เชื้อทางช้อนกลาง แนะนำให้พกช้อนกลางของตัวเอง ผู้ที่ไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยสามารถใช้หน้ากากผ้าได้แต่ถ้าสัมผัสผู้ป่วยควรใช้แบบทางการแพทย์” นพ.สุขุมกล่าว

นอกจากนี้ นพ.สุขุมกล่าวว่า ห้องสำหรับรับผู้ป่วย ทาง สธ.ได้เตรียมความพร้อมแล้ว ในการปรับปรุงซ่อมแซมให้พร้อมใช้งาน และได้สั่งการให้ทำแผนปฏิบัติการให้ลงไปถึงตำบล หมู่บ้าน อำเภอ ว่าผู้ที่มีประวัติเดินทางไปยังประเทศเสี่ยง เช่น จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ หากมีอาการผิดปกติแนะนำให้มาตรวจร่างกายหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมถึงบุคลากรทางสาธารณสุขเช่นกัน หากพบว่ามีอาการเริ่มเป็นไข้หวัด ก็จะต้องตรวจหาเชื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อและเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีของประเทศสิงคโปร์ที่มีการยกระดับการคัดกรองที่สนามบินแล้ว และขณะนี้ ประเทศญี่ปุ่นมีการประกาศระดับการแพร่กระจายของเชื้อแล้วประเทศจะต้องยกระดับการคัดกรองที่สนามบินอย่างไร และมีคำแนะนำสำหรับคนไทยที่จะเดินทางไป 2 ประเทศ นี้อย่างไรบ้าง นพ.โสภณ กล่าวว่า สำหรับ 2 ประเทศนี้มีระดับของสถานการณ์ใกล้เคียงกันคือมีการติดต่อของโรคในคนพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยคนไทยหรือคนชาติอื่นที่เดินทางมาจาก 2 ประเทศนี้ จะมีการคัดกรองว่ามีไข้หรืออาการระบบทางเดินหายใจหรือไม่ ซึ่งเหมือนกับการคัดกรองคนที่เดินทางมาจากประเทศจีนในช่วงที่มีการระบาด แต่ในขณะนี้ยังไม่พบผู้ที่มีอาการป่วย คำแนะนำสำหรับคนไทยที่จะเดินทางไป 2 ประเทศนี้คือ ให้เลื่อนการเดินทางที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน ในกรณีที่จำเป็นจะต้องระมัดระวังการติดเชื้อและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

นพ.สุขุม กล่าวว่า ประเทศไทยยกระดับการคัดกรองตามาตรฐาน โดยประเทศเหล่านี้เป็นผู้ประกาศเองภายในประเทศ ทางประเทศเราจึงจะต้องดูตามสถานการณ์ไป เมื่อมีการประกาศมา ประเทศไทยจะต้องสำรวจเที่ยวบินและประกาศคัดกรองอย่าง 100% และกลุ่มคนที่กลับมาก่อนก็จะตามดูอาการทุกราย หากมีไข้หรือเป็นหวัด ก็จะต้องได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัส หากมีความจำเป็นเพื่อปกป้องประชาชนเรื่องค่าใช้จ่ายก็สามารถตรวจฟรี แต่หากไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงก็ตรวจได้แต่เสียค่าใช้จ่ายเอง

“สธ.ขอวิงวอนประชาชนโดยเฉพาะบุคลากรของสาธารณสุขให้เลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยงทุกประเทศในช่วงนี้ หากจำเป็นต้องไป หากไม่สบายเป็นหวัด ก็ควรมาตรวจ มาถึงเร็วก็จะต้องเร็ว ประเทศไทยเรารักษาหายกลับบ้าน 40-50% เป็นอัตรามากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เรารีบมารักษาก่อนดีกว่า ดังนั้นกระบวนการสกรีนจากประเทศญี่ปุ่นก็เริ่มวันนี้” นพ.สุขุม กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฝากขังครูดนตรีหื่น ญาติ ด.ญ.ค้านการประกันตัว
บทความถัดไป‘กรณ์’ แจง 4 หลักการพรรค “กล้า” ไม่ตั้งมารับพรรคใด รวมตัวคนมีของ เปิดประชุม เลือกหน.