กรมสุขภาพจิตถกแนวทางจัดทำ “ข้อเสนอเชิงนโยบาย” ลดภาวะวิกฤตจากเหตุความรุนแรง

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต สธ. เป็นประธานเปิดสัมมนาเรื่อง “ลดวิกฤตผลกระทบทางจิตใจ…สื่อช่วยได้”

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่ จ.นครราชสีมา ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจรุนแรงทั้งในเชิงลึก และเชิงกว้างกับประชาชน ทั้งกับผู้ประสบเหตุ บุคคลในครอบครัว ญาติ บุคลากรผู้ปฏิบัติงานในเหตุการณ์ ตลอดจนบุคคลในชุมชน สังคม และโดยที่สื่อมวลชนมีความสำคัญ เป็นกลไกหลักของสังคมที่จะช่วยลดวิกฤตผลกระทบทางจิตใจ ประกอบกับผลกระทบที่รุนแรงดังกล่าวเป็นสัญญาณที่กรมสุขภาพจิตต้องเร่งถอดบทเรียน หาวิธีการ และแนวทางปฏิบัติร่วมกันจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านวิชาการ ด้านการสื่อสาร ด้านกฏหมาย และด้านสังคมอื่นๆ เพื่อช่วยกันดูแล แก้ไข และฟื้นฟู ผลกระทบวิกฤตทางด้านจิตใจของประชาชน จากเหตุความรุนแรงที่ผ่านมา และเตรียมการสำหรับการป้องกันในอนาคต โดยจะนำผลจากการสัมมนาเข้าสู่การกลั่นกรอง เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลนำเข้าในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อการป้องกันแก้ไขผลกระทบทางจิตใจของประชาชนจากเหตุการณ์ความรุนแรงทุกรูปแบบต่อไป

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อไปว่า การสัมมนาในครั้งนี้ มี ศ.(พิเศษ) วิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมเปิดมุมมองด้านกฎหมาย และนายสมยศ เกียรติอร่ามกุล รักษาการผู้อำนวยการสำนักรายการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ร่วมเปิดมุมมองในประเด็น “สื่อ-รัฐ จะจับมือก้าวผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างไร” และ นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ ในฐานะผู้บัญชาการเยียวยาจิตใจ (ทีม MCATT) ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุกราดยิงที่ห้างเทอร์มินอล 21 ร่วมสะท้อนแง่มุมด้านสุขภาพจิต นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหาร สื่อมวลชน ผู้จัดรายการ คอลัมนิสต์ จากส่วนต่างๆ รวมทั้งองค์กรภาคประชาชนกว่า 70 คน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ มุมมองข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อการป้องกันแก้ไขปัญหาด้วย

“สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง ที่ จ.นคราชสีมา ขณะนี้เข้าสู่การดูแลจิตใจในระยะกลาง หรือ ระยะที่ 3 คือ ช่วง 2 สัปดาห์ ถึง 6 เดือน ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้วางแผนดำเนินงานต่อเนื่องในด้านการสร้างทักษะและความยืดหยุ่นด้านจิตใจ การช่วยเหลือกันในครอบครัวและคนใกล้ชิด การสอดส่องมองหาผู้ที่ยังได้รับผลกระทบ การใส่ใจรับฟังซึ่งกันและกัน และการส่งต่อเชื่อมโยงกับบุคลากรทางการแพทย์ ระยะนี้ จึงขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ช่วยเสริมสร้างกำลังใจ เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ รวมทั้งทักษะการดูแลจิตใจซึ่งกันและกัน ระหว่างคนใกล้ชิดในครอบครัว และชุมชน เพื่อช่วยให้ผู้ได้รับผลกระทบก้าวผ่านช่วงนี้ไปได้” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ทรัมป์” ถึงอินเดีย เล็งฟื้นสัมพันธ์ หลังสะดุดพักใหญ่จากปัญหาการค้า
บทความถัดไปทูตญี่ปุ่น เยี่ยมสจล. เดินหน้าสร้างวิศวกรไทย เทียบชั้นระดับโลก