คพ. ตอบคำถาม “อนุดิษฐ์” แจงฝุ่น PM 2.5 เกิดมาก่อน 2557

 คพ. ตอบคำถาม “อนุดิษฐ์”แจงฝุ่น PM 2.5 เกิดมาก่อน 2557

จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 นาวาเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ได้มีประเด็นอภิปรายซักถาม เรื่องฝุ่นพิษ PM2.5 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งระบุว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 แต่มาเกิดปัญหาขึ้นในสมัยรัฐบาล ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สาเหตุฝุ่นสะสมจากควันรถยนต์ ที่เกิดจากปริมาณรถยนต์ที่มากและรถติดขัด เพราะนายกฯ พลเอกประยุทธ์ ฯ เร่งรัดลงนามสัญญาการก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกสายพร้อมกันทั่วกรุงเทพ ทำให้มีปริมาณรถติดและเกิดควันพิษจากรถยนต์มากขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ชี้แจงว่า ทส. โดย คพ. ได้เริ่มมีการติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพอากาศ เพื่อวัดฝุ่น PM2.5 ตั้งแต่ปี 2554 ที่บริเวณเขตดินแดง ซึ่งพบว่าในปี 2554 ปริมาณ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ 11 – 64 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)ปี 2555 ตรวจวัดได้ในช่วง 12 – 86 มคก./ลบ.ม. ในปี 2556 ตรวจวัดฝุ่น PM2.5 ได้ในช่วง 9- 112 มคก./ลบ.ม. ปี 2557 ตรวจวัด ฝุ่น PM2.5 ได้ในช่วง 4- 87 มคก./ลบ.ม. และปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ตรวจวัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้โดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง 4-105 มคก./ลบ.ม.

นายประลอง กล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่าค่าฝุ่น PM 2.5 เกิดมานานก่อนหน้านี้โดยเฉพาะก่อนปี 2557 ซึ่งในปี 2554 ทาง คพ. เริ่มติดตั้งสถานีวัดคุณภาพอากาศเป็นแห่งแรก สาเหตุที่ฝุ่น PM2.5 เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี เนื่องจากมีแหล่งกำเนิดฝุ่น โดยจากข้อมูลในการศึกษาพบว่าฝุ่น PM 2.5 เกิดมาจากยานพาหนะร้อยละ 72.5 โดยเฉพาะรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล จากภาคอุตสาหกรรม และจากการเผาในที่โล่ง ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยา ในช่วงฤดูหนาวที่ความกดอากาศสูงอ่อนกำลังลง ลมสงบ เกิดฝาชีครอบ การกระจายตัวของฝุ่นลดลง ทำให้ฝุ่นสะสมตัวมาก ทั้งนี้รัฐบาล ได้เร่งรัดให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ ตามมาตรการต่างๆเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 รวมทั้งได้เร่งรัดให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่ง มีการขยายพื้นที่การติดตามตรวจวัดเพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon