อธิบดีกรมสุขภาพจิตย้ำใช้สติ “ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก” รับมือโควิด-19

วันที่ 2 มีนาคม นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่าสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ที่ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาอยู่นี้ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของคนไทยทุกคน โดย สธ.มีแผนในการรับมือกับโควิด-19 ในรูปแบบของการควบคุมโรค เพื่อให้เข้าสู่ระยะที่ 3 อย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป สามารถให้ทางโรงพยาบาลรับมือกับการเจ็บป่วยอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด การบริหารจัดการของประเทศเพื่อให้เข้าสู่ระยะที่ 3 ตามแผนนั้น จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากคนไทยทุกคน ทุกอาชีพ โดยกรมสุขภาพจิต อยากให้คนไทยทุกคนต่อสู้ด้วย “สติ” ในการรับมือโรคติดต่อนี้ แบบ “ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก” โรคติดต่อไวรัสนี้สามารถป้องกันได้ ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค เมื่อเจ็บป่วยก็มีวิธีการดูแลรักษาได้ ซึ่งก็คล้ายๆ กับโรคทุกชนิด มีทั้งรุนแรง ไม่รุนแรง รายที่รุนแรงก็อาจเสียชีวิตได้ อัตราการตายจะมีประมาณร้อยละ 1-2 เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 80 จะมีอาการไม่รุนแรง เนื่องจากมีภูมิต้านทานในร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง จะจัดการกับไวรัสได้ดีที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

 

“กรมสุขภาพจิตอยากให้ประชาชนตระหนักถึง 2 คำสำคัญ คือ สำนึกต่อสังคม (Social responsiveness) หมายถึง การมีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมและการกระทำต่างๆของแต่ละบุคคล โดยทุกคนสามารถสร้างได้โดย ดูแลสุขภาพตนเองให้ดี กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แนะนำให้ความรู้กับคนที่ยังไม่รู้ หรือให้ความช่วยเหลือแนะนำต่างๆ ให้ฟังข้อมูลข่าวสารจากทางรัฐ หรือแหล่งที่เชื่อถือได้ ถ้าเจ็บป่วยโรคทางเดินหายใจ ให้ใส่หน้ากากอนามัย ไม่ปกปิดข้อมูลต้องแจ้งทางการหรือปฏิบัติตามข้อแนะนำเมื่อมีความเสี่ยงต่างๆ ไม่เผยแพร่ หรือสร้างข่าวลวงที่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง ไม่ไปในที่มีคนแออัด ถ้าเจ็บป่วยหรือสงสัยให้รีบไปพบแพทย์ สังคมสมานฉันท์ (Social cohesion) หมายถึง การที่สังคมไทยต้องรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลกัน ช่วยเหลือกัน ไม่รังเกียจผู้เจ็บป่วยหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะเราสามารถป้องกันตัวเองได้ สังคมต้องร่วมแรงร่วมใจ ปฏิบัติตามคำแนะนำของภาครัฐโดยเฉพาะ สธ. ในการควบคุมและป้องกันโรค เชื่อมั่นในระบบของประเทศที่เราสามารถควบคุมป้องกันโรคที่ผ่านมาด้วยดีโดยตลอด เชื่อมั่นในศักยภาพและความทุ่มเทของบุคลากร ทางการแพทย์ในทุกระดับ ให้กำลังใจซึ่งกันและกันและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์” นพ.เกียรติภูมิ กล่าวและว่า หากคนไทยไม่ร่วมมือกัน ความเสี่ยงในการเกิดการระบาดระยะที่ 3 ที่ควบคุมไม่ได้จะสูงขึ้น ซึ่งจะเกิดความสูญเสียอย่างมากตามมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวสุราษฎร์ แห่ซื้อหน้ากากอนามัยไม่ถึงชั่วโมง 5 พันชิ้นหมดเกลี้ยง
บทความถัดไป‘วิษณุ’ สยบลือ ยื่นลาออกรองนายกฯ ยัน ปรับครม. เป็นเรื่องของ ‘บิ๊กตู่’