ไทยติดเชื้อ ‘โควิด-19’ ยกแก๊ง 11 ราย เหตุเกิดจากงานปาร์ตี้ ชี้ดื่มน้ำ-สูบบุหรี่ร่วมกัน

ไทยติดเชื้อ ‘โควิด-19’ ยกแก๊ง 11 ราย เหตุเกิดจากงานปาร์ตี้

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. พร้อมด้วย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต นพ.ธเรศ  กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป แถลงความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19

นพ.สุขุม กล่าวว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 11 ราย โดยเป็นคนไทยทั้งหมด มีประวัติสัมผัสกับชาวต่างชาติคือเพื่อนที่เดินทางมาจากฮ่องกง 1 ราย จากข้อมูลพบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้เจอกันเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ และ 29 กุมภาพันธ์ โดยกลุ่มนี้ได้เดินทางไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านหนึ่งในกรุงเทพมหานคร (กทม.) แต่ขณะนี้เพื่อนที่มาจากฮ่องกงได้เดินทางกลับประเทศไปแล้ว โดยผู้ป่วย 11 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด แต่เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มีพฤติกรรมขณะการสังสรรค์คือ ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน อยู่ในพื้นที่ห้องแอร์ที่มีพื้นที่จำกัด ใกล้ชิดกันเป็นระยะเวลานานจึงทำให้เป็นการติดเชื้อได้

นพ.สุขุมกล่าวว่า ขอยืนยันว่า การพบผู้ป่วย 11 รายนี้ ไม่ใช่การเกิดเป็น super spreader ที่หมายถึงผู้ที่มีความสามารถในการแพร่โรคไปยังบุคคลอื่นๆ จำนวนมาก ในการแพร่กระจายเช่นนี้ยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย สรุปขณะนี้ผู้ป่วยโรคไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยสะสมที่ 70 ราย แพทย์ให้กลับบ้านแล้ว 35 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล (รพ.) 34 ราย เสียชีวิต 1 ราย

“อย่างไรก็ตาม วันนี้ มีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านได้ 1 ราย เป็นหญิงอายุ 62 ปี รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร โดยสรุปวันนี้ มีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 35 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 34 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยสะสม 70 ราย สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 1 ราย ที่สถาบันบำราศนราดูร ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด” นพ.สุขุม กล่าว

สำหรับผู้ป่วย 11 ราย นพ.สุขุม กล่าวว่า สธ.ได้รับรายงานผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ให้ประวัติว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ได้พบปะกลุ่มเพื่อนนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงที่มาเที่ยวเมืองไทย หลังจากนั้น 4 วัน (วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563) เริ่มป่วยด้วยอาการไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ไอ ในขณะที่มีอาการป่วยอยู่นั้นได้นัดสังสรรค์กับเพื่อนสนิทอีก 2 ครั้ง (วันที่ 27 และ 29 กุมภาพันธ์ 2563) โดยมีพฤติกรรมดื่มสุราแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน หลังจากนั้นในวันที่ 4 มีนาคม 2563 ผู้ร่วมสังสรรค์เริ่มทยอยป่วย 7 คนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยตรวจพบการติดเชื้อ 11 คนจากทั้งหมด 15 คน (รวมผู้ป่วย) เป็นชาย 5 คน หญิง 6 คน ช่วงอายุ 25 – 38 ปี ในจำนวนนี้มี 4 คนที่ไม่ป่วยเเละไม่ติดเชื้อ ทั้งหมดให้ประวัติว่า ไม่ได้ดื่มเหล้าเเละสูบบุหรี่ร่วมกับกลุ่มเพื่อน กระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามครอบครัวและเพื่อนที่ไม่ได้ร่วมกลุ่มสังสรรค์เบื้องต้น 70 คน ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการครั้งแรกไม่พบเชื้อ จึงไม่พบหลักฐานว่าเกิด super spreading เนื่องจากเป็นการติดเชื้อในกลุ่มเพื่อนสนิทที่ร่วมวงสังสรรค์ ยังไม่ออกนอกกลุ่ม

“กรณีการป่วยเป็นกลุ่มก้อนครั้งนี้ เป็นบทเรียนที่สำคัญของคนไทยหลายประการ คือ 1.หากป่วยแล้วไม่กักตัว ส่งผลกระทบคนใกล้ชิดและครอบครัวติดเชื้อ 2. ในสถานการณ์โรคระบาด มาตรการ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ล้างมือ/ ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น เป็นสิ่งสำคัญมาก 3. เมื่อเจ็บป่วยต้องพักอยู่กับบ้าน ลดความเสี่ยงของผู้อื่นและสังคม เราจะป้องกันและชะลอเฟส 3 ได้ หากทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน ความปลอดภัยและสุขภาพคือสิ่งสำคัญอันดับแรก ทั้งนี้หากพบอาการป่วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่จำนวนหลายคนในช่วงเวลา 1-2 สัปดาห์ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและพบแพทย์ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422″ นพ.สุขุม กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ที่เดินทางมาจากฮ่องกงเพื่อมาพบเพื่อนในประเทศไทย ในการคัดกรองที่สนามบินไม่พบอาการป่วย มีไข้หรือไม่ และการอยู่ในประเทศไทยมีอาการป่วยหรือไม่ และเบื้องต้นที่มีการกำหนดว่าผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงจะต้องกักกันตนเอง 14 วัน ซึ่งหมายความว่าผู้เดินทางคนนี้ไม่ได้ปฏิบัติตามหรือไม่ นพ.สุขุม กล่าว กรณีนี้เป็นเหตุที่ให้ต้องออกมาตรการกับ 4 ประเทศ 2 เขตปกครองพิเศษ เพื่อให้หลังจากนี้ผู้เดินทางมาจากพื้นที่ดังกล่าว

เมื่อถามว่า ผู้ป่วย 11 รายใหม่เป็นนักท่องเที่ยวในย่านทองหล่อหรือไม่ และมีเพศใดบ้าง นพ.โสภณ กล่าวว่า ตามการรายงานคือ เป็นสถานที่ที่มีการสังสรรค์กัน 2 วัน คือวันที่ 27 และวัน 29 มีนาคม และเพื่อนที่เป็นต้นเหตุได้เดินทางกลับประเทศฮ่องกงไปแล้ว และผู้ที่ป่วย 11 ราย คือคนไทยทั้งหมด

ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงสถานการณ์ทั่วโลกใน 121 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 1 เรือสำราญ ว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม – วันที่ 12 มีนาคม พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 121,996 ราย เสียชีวิต 4,390 ราย ส่วนสาธารณรัฐประชาชนจีนพบผู้ป่วย 80,790 ราย เสียชีวิต 3,158 ราย ส่วนการดำเนินงานคัดกรองในทุกด่านได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 5,000,000 ราย พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์การสอบสวนโรค 5,232 ราย ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยตัวเอง 5,013 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 3,865 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 1,367 ราย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เอเอสเอ็ม แจงมาตรการรับมือ พนักงานติดโควิด-19
บทความถัดไป‘บิ๊กป้อม’ เผย ‘ฝนตก’ ช่วยสถานการณ์ ‘ภัยแล้ง’ ดีขึ้น อีก 22 จังหวัด ส่งน้ำช่วย