เซ็กซ์เวิร์กเกอร์ อาชีพบริการโลกจำ แต่รัฐลืม

เซ็กซ์เวิร์กเกอร์ อาชีพบริการโลกจำ แต่รัฐลืม

เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ประเทศไทย ที่ผู้คนทั่วโลกต่างยอมรับและเดินทางมาท่องเที่ยวกับอาชีพ “พนักงานบริการ” หรือ “เซ็กซ์เวิร์กเกอร์” แต่กลับถูกหลงลืมโดยภาครัฐ ที่ไม่มีการรับรองให้เป็นอาชีพถูกและได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย

ลำพังในสถานการณ์ปกติต้องอยู่และทำงานอย่างหลบๆ ซ่อนๆ หลายคนยังถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ จะเรียกร้องก็ไม่ได้ ยิ่งในสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ชีวิตยิ่งแย่ไปใหญ่

อัญชณาภรณ์ พิลาสุตา หรือ แอนนา ชาว จ.เลย ประกอบอาชีพเซ็กซ์เวิร์กเกอร์ ย่านพัทยามา 11 ปี ในสถานการณ์ปกติสามารถทำเงินได้ 3-4 หมื่นบาทต่อเดือน สามารถส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวที่บ้านเกิดได้สม่ำเสมอ ภายหลังประกาศสั่งปิดสถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้า ร้านต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และชลบุรี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ทำให้เธอต้องหยุดทำงาน ซึ่งนี่ก็นับเป็นเวลา 1 เดือนกว่าๆ แล้ว

“พัทยาไม่เคยเงียบเหงายาวนานอย่างนี้มาก่อน อย่างช่วงรัฐประหาร อย่างมากก็ปิด 2-3 วัน แต่นี่ปิด 1 เดือนกว่าแล้ว ดิฉันไม่มีรายได้เสริมทางอื่น โชคดีตอนทำงานยังวางแผนแบ่งเงินเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินบ้าง หากใช้จ่ายประหยัด และหยุดส่งเงินกลับบ้าน ก็คาดว่าน่าจะอยู่ได้อีก 3-6 เดือน”

แอนนาทำงานอิสระตามบาร์ ได้รับเงินโดยตรงจากลูกค้า ไม่มีนายจ้าง ไม่มีประกันสังคม และไม่มีประกันชีวิต แน่นอนเมื่อเจอสถานการณ์นี้ ที่คนต่างชาติซึ่งเป็นลูกค้าหลักพากันเดินทางกลับประเทศหมด เธอได้รับผลกระทบหนักมาก และยังต้องอยู่ในสภาพเยียวยาตัวเอง เช่นเดียวกับเซ็กซ์เวิร์กเกอร์คนอื่นๆ ที่กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกัน ซึ่งเธอคาดว่ามีถึง 2-3 พันคนในพัทยา

หญิงข้ามเพศวัย 33 ปี เล่าอีกว่า สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ ดูแลตัวเอง เก็บตัวในห้องเช่า ใช้จ่ายแต่ประหยัด เช่น ซื้อวัตถุดิบมาทำกับข้าวเอง จากปกติซื้อกินข้างนอกตลอด ช่วงนี้ยังดีว่ามูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ และมูลนิธิสวิง มีอาหารและสิ่งของยังชีพแจกเพื่อนพนักงานบริการ และบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่พัทยาและกรุงเทพฯ โดยตั้งเป็นกองทุนเพื่อพนักงานบริการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แจกให้วันละ 1 มื้อ สามารถช่วยไปได้ระดับหนึ่งเลย ซึ่งกองทุนนี้เปิดรับบริจาคอยู่ (โทร 0-2632-9501)

“กับโครงการเราไม่ทิ้งกันแจก 5 พันบาทของรัฐบาล ที่ดิฉันลงทะเบียนไป และคาดหวังว่าจะได้เงินมาช่วยจุนเจือบ้าง ผลปรากฏว่าไม่ผ่าน ระบบบอกว่าดิฉันมีรายชื่อในผู้ประกันตนมาตรา 33 ของระบบประกันสังคม ทั้งที่เลิกเป็นพนักงานโรงงานมา 13 ปีแล้ว ทำให้รู้สึกว่าเราคงต้องพึ่งตัวเองจริงๆ อย่างไรก็ตาม ได้ยื่นขออุทธรณ์รับสิทธิไปแล้ว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ”

จากวิกฤตการณ์นี้ เธออยากสะท้อนปัญหาที่ตัวเองและเพื่อนร่วมอาชีพประสบ คือ การทำให้อาชีพเซ็กซ์เวิร์กเกอร์ถูกกฎหมาย ที่มีการเสียภาษี และขึ้นกับประกันสังคม เพื่อจะได้มีที่พึ่งเวลาเจ็บป่วย เพราะตอนนี้เจ็บป่วยจะต้องดูแลตัวเอง ออกค่ารักษาพยาบาลเอง

อัญชณาภรณ์ พิลาสุตา


เช่นเดียวกับ ปวัน ลีวัจนกุล หรือ ตูน ชาว จ.อุดรธานี เซ็กซ์เวิร์กเกอร์ชาย ซึ่งทำงานย่านสีลม พัฒน์พงษ์ และสุรวงศ์ ในกรุงเทพฯ เล่าว่า จริงๆ ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ก็อยู่ในสภาพเศรษฐกิจไม่ดีอยู่แล้ว พอหวังจะมากอบโกยช่วงไฮซีซั่น ตั้งแต่เทศกาลคริสต์มาส เรื่อยมาปีใหม่ ตรุษจีน และสงกรานต์ ปรากฏว่าต้องเจอโควิด-19 อีก ถือว่ากระทบมากๆ

ลูกค้าส่วนใหญ่ของตูนเป็นชาวต่างชาติ ประมาณร้อยละ 95 แยกเป็นชาวจีนที่มาใช้บริการ ประมาณร้อยละ 85 แต่สถานการณ์โควิด-19 และประกาศปิดสถานบริการ ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมเป็นต้นมา รายได้หลักเป็นอันต้องหยุดไป แต่ยังโชคดีที่มีรายได้รองจากลูกค้าประจำ ค่าเช่าบ้านในต่างจังหวัด เงินค่าแชร์ที่กำลังเปียได้ และเงินเยียวยาเล็กๆ น้อยๆ จากสถานประกอบการที่ทำงาน

ตูนยังพอเอาตัวรอดท่ามกลางรายจ่ายที่ยังหมุนไป ซึ่งเขาคาดว่าน่าจะอยู่ได้อีก 2 เดือน อย่างไรก็ดี ล่าสุดเขาได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล 5 พันบาทแล้ว ตั้งใจจะเก็บไว้ใช้จ่ายยามจำเป็น

ชายวัย 33 ปี เล่าอีกว่า สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้สถานการณ์นี้คือ ช่องว่างระหว่างชนชั้นชัดเจนขึ้นมาก ที่คนมีเงินเข้าถึงเจลแอลกอฮอล์ล้างมือและหน้ากากอนามัยราคาแพง ส่วนคนจนนอกจากซื้อไม่ได้ ก็ยังหาซื้อแมสก์ราคาถูกของรัฐบาลลำบากมาก อย่างผมที่อยู่กรุงเทพฯตลอด ก็ยังไม่เคยเห็นแมสก์ราคาถูก ที่รัฐบาลบอกว่าได้บริหารจัดการแล้ว รวมถึงการทำงานในโครงการเราไม่ทิ้งกัน ที่ควรให้เงินผู้ที่ได้รับผลกระทบตามลำดับ จากประกาศปิดต่างๆ เพราะจากที่เห็นคือเพื่อนๆ ร่วมอาชีพยังไม่ได้อนุมัติกัน

แต่กลุ่มแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ และคนขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้กันหลายคนแล้ว ทั้งที่เขาจะสามารถทำงานได้ เพียงแต่อาจมีรายได้ลดลง แต่อาชีพเซ็กซ์เวิร์กเกอร์คือหยุดทำงานมาก่อนแล้ว

ปวัน ลีวัจนกุล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon