สธ.เปิดแนวทาง “นวดไทย” เฉพาะ นวดเพื่อรักษา ยังห้ามนวดหน้า-สมุนไพร

สธ. เปิดแนวทาง “นวดไทย” เฉพาะ นวดเพื่อรักษา-แม่หลังคลอด ยังห้าม! นวดหน้า อบสมุนไพร นวดเพื่อสุขภาพ แต่รอลุ้นเปิดในเฟสถัดไป

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวถึง “แนวทางการให้บริการการแพทย์แผนไทย ในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ เพื่อป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19”

นพ.ปราโมทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์แผนไทยฯ จะเปิดให้บริการการแพทย์แผนไทยฯ ในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ มีอยู่โรงพยาบาล(รพ.)ศูนย์ รพ.ทั่วไป รพ.ชุมชนทุกแห่ง ประมาณ 1,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งการนวดเพื่อการบำบัดรักษาแผนไทยจะแตกต่างจากการนวดเพื่อสุขภาพ โดยเป็นการนวดเพื่อรักษาโรคเหตุจากการเจ็บป่วย และจะต้องมีการพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นการเจ็บป่วยหรือไม่อย่างไร แต่การนวดเพื่อสุขภาพก็จะเป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายความปวดเมื่อย ทั้งนี้ จึงได้วางแนวทางการให้บริการการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ เพื่อป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 อย่างเช่น มีจุดคัดกรอง พร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิ แอลกอฮอลล์ 70% หรือเจลแอลกอฮล์ 70% สำหรับทำความสะอาดมือ คัดกรองและวัดอุณหภูมิผู้ปฏิบัติงานทุกราย วันละ 2 เวลา เช้า-บ่าย ก่อนปฏิบัติงาน เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล อย่างน้อย 1-2 เมตร วัดอุณหภูมิผู้มารับบริการ/ผู้ให้บริการทุกราย ถ้ามีไข้เกิน 37.3 เซลเซียส และเป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น สัมผัสผู้ติดเชื้อ การเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงหรือมีโรคประจำตัว ให้ส่งต่อรับการดูแลทางการแพทย์แผนปัจจุบันทันที

“ประชาชนที่เข้ารับบริการ ต้องจองล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการผ่านระบบ ออนไลน์ โทรศัพท์ แอพพลิเคชั่น หรือในกรณีไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า ให้จัดสถานที่สำหรับผู้รับบริการกรอกข้อมูลโดยการเว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 1-2 เมตร และมีที่กั้นระหว่างบุคคล บันทึกรายชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ วันที่และเวลาของผู้มารับบริการทุกราย เพื่อให้สามารถติดตามตัวได้ในกรณีที่ต้องสอบสวนโรค บันทึกรายชื่อผู้ให้บริการ และกิจกรรมที่ให้บริการกับผู้รับบริการทุกราย มีระบบติดตามผู้รับบริการทุกรายหลังรับบริการอย่างน้อย 14 วัน จัดให้มีสื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้เรื่องโรคติดต่อ” นพ.ปราโมทย์ กล่าว

นพ.ปราโมทย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนกิจกรรมบริการการแพทย์แผนไทยที่สามารถดำเนินการได้ เช่น การตรวจวินิจฉัย การจ่ายยาสมุนไพร การนวดไทยเพื่อการรักษา การประคบสมุนไพรเพื่อการรักษาและการดูแลมารดาหลังคลอด ซึ่งระยะเวลาในการให้บริการไม่เกิน 1 ชั่วโมง / ครั้ง ทั้งนี้งดกิจกรรมการอบไอน้ำสมุนไพร งดนวดบริเวณศีรษะและใบหน้า เป็นต้น และอาจจะมีการบริให้บริการในมาตรการผ่อนปรนในระยะต่อไป โดยสำหรับสถานบริการ จัดให้มีหน้ากากอนามัย อุปกรณ์ป้องกันใบหน้า (Face Shield) และถุงมือ ลูกประคบสมุนไพร ให้ใช้เฉพาะเป็นรายบุคคล และนึ่งลูกประคบสมุนไพร ไม่น้อยกว่า 30 นาที ก่อนนำไปประคบ ผ้ารองลูกประคบ จะต้องผ่านการฆ่าเชื้อทุกผืน จัดให้มีเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนของผู้มารับบริการ โดยอยู่ในถุงที่แยกแต่ละชุดและผ่านการอบฆ่าเชื้อทุกตัว ในส่วนอุปกรณ์ที่มีการสัมผัสบ่อย ให้ทำความสะอาดอุปกรณ์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์ 70% และที่สำคัญต้องทำความสะอาด เตียงนวด/ประคบ หมอน เบาะยาง และเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าขวางเตียง ก่อนและหลังให้บริการทุกครั้ง

“นอกจากนี้ผู้รับบริการทุกท่านต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่รับบริการ ที่สำคัญต้องไม่ปิดบังข้อมูลส่วนตัว เช่น โรคประจำตัว การเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง การสัมผัสใกล้ชิดบุคคลในครอบครัวที่มี การติดเชื้อและหากพบว่าตนเองมีไข้ หรืออาการป่วยทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม มีน้ำมูก หรือเหนื่อยหอบมีอาการเข้าข่ายติดเชื้อโรคโควิด-19 หลังเข้ารับบริการในช่วง 14 วัน ต้องแจ้งสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ และพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุ ของโรคโควิด-19 ต่อไป” นพ.ปราโมทย์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผลสำรวจ “เวิร์กฟอร์มโฮม” ไม่เป็นอุปสรรคการทำงาน
บทความถัดไปฉก.ทอ.ที่ 9 บินสำรวจพิกัดไฟป่าพรุ ด้านฮ.212 ขึ้นบินแล้ว 3 รอบ