สธ.นัดสอบเหตุ “แท้งลูกเพราะหมอกดท้องแรง” ที่ รพ.เอกชน ย่านศรีนครินทร์ พรุ่งนี้!

สธ.นัดสอบเหตุ “แท้งลูกเพราะหมอกดท้องแรง” ที่ รพ.เอกชน ย่านศรีนครินทร์ พรุ่งนี้!

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลถึงสตรีตั้งครรภ์รายหนึ่ง ซึ่งเข้ารับบริการอัลตราซาวด์ 4 มิติ กับโรงพยาบาล (รพ.) เอกชนแห่งหนึ่ง ย่านศรีนครินทร์ แต่ในขณะทำการตรวจแพทย์ผู้ให้บริการมีการกดท้องหญิงรายดังกล่าวอย่างรุนแรง ซึ่งญาติตั้งข้อสงสัยว่าการกดท้องอย่างรุนแรงเป็นสาเหตุให้เกิดการแท้งในเวลาต่อมานั้น

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า เมื่อได้รับทราบข้อมูลการแท้งบุตรของหญิงรายดังกล่าว ก็ได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของกองกฎหมาย สบส. ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวทันที โดยมุ่งในประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น ได้แก่

1.ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลมีการควบคุม และดูแลผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลของตนให้ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพตามที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ.2541 กำหนดหรือไม่

2.ในการให้บริการบริการอัลตราซาวด์ ผู้ประกอบวิชาชีพมีการดำเนินการตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ และ

3.สถานพยาบาลมีการควบคุม คุณภาพ มาตรฐาน ด้านสถานที่ ผู้ให้บริการ การบริการ เครื่องมือแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายสถานพยาบาลกำหนดหรือไม่

นพ.ธเรศ กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ได้รับทราบข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว และจะมีการเชิญผู้เกี่ยวข้องจาก รพ.เอกชนดังกล่าวมาชี้แจงข้อเท็จจริง ที่ สบส.ในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย

“อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และสมประโยชน์ ตนขอเน้นย้ำให้สถานพยาบาลทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักคุณธรรม มนุษยธรรมเป็นหัวใจในการบริการ ยิ่งผู้ป่วยที่เป็นสตรีตั้งครรภ์ยิ่งต้องให้การดูแลอย่างรอบคอบรัดกุมเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันและลดภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอดและหลังคลอด” นพ.ธเรศ กล่าว

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า หากผลการตรวจสอบพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตของทารกเกิดจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องของผู้ให้บริการ ก็จะมีการเอาผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 กับตัวของผู้ดำเนินการสถานพยาบาลในฐานปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมและดูแลผู้ประกอบวิชาชีพให้ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้ง จะมีการส่งผู้ข้อมูลให้สภาวิชาชีพดำเนินการในด้านจริยธรรมกับผู้ประกอบวิชาชีพต่อไป ทั้งนี้ หากประชาชนมีเบาะแส หรือพบการกระทำผิดของสถานพยาบาลเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1426 และศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สบส.โทร.0 2193 7057 เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon