“เทศกิจ” กทม.เร่งเคลียร์ “จุดผ่อนผัน” 171 จุด ก่อนเริ่มขั้นตอนตามประกาศใหม่

“เทศกิจ” กทม.เร่งเคลียร์ “จุดผ่อนผัน” 171 จุด ก่อนเริ่มขั้นตอนตามประกาศใหม่

วันที่ 1 กรกฎาคม นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ผู้บริหารสำนักเทศกิจ และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขต เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่เทศกิจ

นายสกลธี กล่าวว่า ตามที่สำนักเทศกิจได้ดำเนินนโยบายจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย และจัดทำแผนปฏิบัติการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย เพื่อคืนทางเท้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายเพื่อยกเลิกจุดผ่อนผันให้ครอบคลุมพื้นที่ 50 สำนักงานเขต จำนวน 683 จุด ปัจจุบันได้ดำเนินการประกาศยกเลิกจุดผ่อนผันเรียบร้อยแล้ว 512 จุด เหลือจุดผ่อนผันที่อยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิกอีก 171 จุด ในพื้นที่ 18 สำนักงานเขต

“สำหรับการแก้ไขปัญหาวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่มีสถานที่ตั้งวินอยู่บนทางเท้าสาธารณะ จากการสำรวจวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่จอดบนทางเท้ามี 1,169 วิน ปัจจุบันสำนักงานเขตได้ผลักดันให้วินรถจักรยานยนต์รับจ้างลงไปจอดในบริเวณที่ไม่ใช่ทางเท้าแล้ว 363 วิน ส่วนการดำเนินการโครงการกวดขันรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จอดหรือขับขี่บนทางเท้า ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2561- วันที่ 28 มิถุนายน 2563 สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 33,403 ราย ดำเนินการว่ากล่าวตักเตือน 3,830 ราย ดำเนินคดี 27,770 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดี 1,803 ราย เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 33,627,300 บาท โดยระหว่างวันที่ 1-28 มิถุนายน 63 สำนักงานเขตสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 684 ราย แยกเป็น ประชาชนทั่วไป 628 ราย วินจักรยานยนต์ 22 ราย แกร๊ป 34 ราย ปรับเป็นเงิน 1,271,800 บาท” รองผู้ว่าฯ กทม.

นายสกลธี กล่าวว่า ด้านการดำเนินการกรณีป้ายโฆษณาที่ติดตั้งในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2561- วันที่ 28 มิถุนายน 2563 สำนักงานเขต จัดเก็บได้ 163,030 ป้าย แจ้งความดำเนินคดี 50 ราย จับ-ปรับ 3,886 คดี ปรับเป็นเงิน 12,166,700 บาท โดยระหว่างวันที่ 1-28 มิถุนายน 2563 สำนักงานเขตจัดเก็บได้ 3,996 ป้าย จับปรับ 70 คดี ปรับเป็นเงิน 197,300 บาท

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า สำหรับจุดผ่อนผันที่ยังไม่ได้ประกาศยกเลิก 171 จุด จากการตรวจสอบพบว่ามีจำนวน 128 จุด ที่มีศักยภาพ สามารถเป็นพื้นที่ทำการค้า และเป็นไปตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขายหรือจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ ลงวันที่ 28 มกราคม 2563 ได้มอบหมายสำนักงานเขตดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด และเสนอให้คณะกรรมการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของกรุงเทพมหานครพิจารณา เพื่อประกาศเป็นพื้นที่ทำการค้าตามประกาศฉบับใหม่ต่อไป ส่วนจุดผ่อนผันอีกจำนวน 43 จุด พบว่าส่วนใหญ่เป็นจุดที่ปัจจุบันไม่มีผู้ค้าแล้ว หรือมีผู้ค้าจำนวนไม่ถึง 10 ราย และขัดต่อประกาศฉบับใหม่ จึงมอบหมายให้สำนักงานเขตเสนอเรื่องขอยกเลิกมายังสำนักเทศกิจ เพื่อเสนอผู้ว่าฯ กทม.ลงนามประกาศยกเลิกต่อไป โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

“ภายหลังจากที่ประกาศเป็นพื้นที่ทำการค้าแล้ว จะอนุโลมให้ผู้ค้าเดิมได้ขายต่อไปอีก 6 เดือน และหลังจากนั้น ค่อยเริ่มขั้นตอนตามประกาศฉบับใหม่ต่อไป นอกจากนี้ ได้มอบหมายทุกสำนักงานเขตสำรวจพื้นที่ภายในเขต หากมีพื้นที่ใดที่มีความเหมาะสม มีศักยภาพ สามารถจัดเป็นพื้นที่ทำการค้าได้ และเป็นไปตามประกาศฉบับใหม่ ให้เสนอไปยังสำนักเทศกิจ เพื่อจะได้นำเสนอต่อคณะกรรมการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของกรุงเทพมหานครพิจารณาเป็นจุดทำการค้าต่อไป” นายสกลธี กล่าวและว่า ส่วนการกวดขันผู้ฝ่าฝืนจอดหรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าสาธารณะ ได้กำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจทุกสำนักงานเขตดำเนินการอย่างเข้มงวดและจริงจัง และให้สับเปลี่ยนหมุนเวียนจุดกวดขันให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่เขต รวมทั้งเพิ่มความถี่ในการกวดขันให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากพบว่ายังมีการฝ่าฝืนอย่างต่อเนื่อง

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ด้านการแก้ไขปัญหาวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ตั้งอยู่บนทางเท้า ได้มอบหมายให้ทุกสำนักงานเขตเร่งสำรวจพื้นที่เพิ่มเติม หากจุดใดสามารถดำเนินการย้ายวินฯ ออกจากทางเท้าได้ ให้ดำเนินการทันที รวมทั้งการจัดเก็บป้ายที่ติดตั้งในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้กวดขันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของป้ายโฆษณาสินค้า คอนโด บ้านจัดสรร หรือป้ายหาเสียง พร้อมทั้งจัดชุดสายตรวจเฉพาะกิจเพิ่มเติม เพื่อสำรวจการฝ่าฝืนติดตั้งป้ายในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยเฉพาะในตรอกซอกซอย รวมถึงโครงการเทศกิจ School Care ซึ่งเป็นโครงการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนทั้งของ กทม.และสังกัดอื่นๆ รวมทั้งสถานที่สำคัญๆ โดยบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหลายหน่วยงาน อาทิ สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ท้องที่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผนึกกำลังช้อป! 3 นักวิชาการ ลุย ‘โกดังหนังสือมติชน’ หมวดคณะราษฎรฮิตหนัก
บทความถัดไปลูกค้าแบงก์กรุงเทพสุดเซ็ง แอพพ์ล่มอีกแล้ว แบงก์อื่นเริ่มเจ๊งตาม คาดเกิดจากระบบกลางที่ทุกธนาคารต้องใช้