จุติ มอบโล่ ‘ครอบครัวร่มเย็น’ ปี 63 ย้ำครอบครัวต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ท่ามกลางพายุวิกฤต

จุติ มอบโล่ ‘ครอบครัวร่มเย็น’ ปี 63 ย้ำครอบครัวต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ท่ามกลางพายุวิกฤต

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวในการเป็นประธานมอบโล่เชิดชูเกียรติครอบครัวร่มเย็น กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2563 จัดโดย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) โดยมี นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดพม. นางสาวอุษณี กังวารจิตต์ อธิบดี สค. ผู้บริหารพม. และครอบครัวร่มเย็น เข้าร่วมว่า ในสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ที่คาดว่าจะอยู่กันอย่างนี้ไปอีกปีกว่าๆ เชื่อว่าด้วยความร่วมมือ มีวินัย และห่วงใยกัน จะทำให้ 21.5 ล้านครอบครัวเดินต่อไปได้ และไม่ว่าพายุของสังคมจะรุนแรงแค่ไหน ครอบครัวจะต้องฝ่าฟันและเป็นหลุมหลบภัย หรือเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้คนในครอบครัวได้

“พม.จะฟูมฟักครอบครัวให้อบอุ่น ผ่านการทำงานเชิงรุก 8 วัน คือ ทำทั้งในและนอกเวลาราชการ ช่วยผู้ประสบปัญหาทางสังคมให้อยู่ตลอดรอดฝั่ง ไม่ใช่ช่วยแล้วทิ้ง เพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายจุติ กล่าว

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

นายจุติ กล่าวอีกว่า สำหรับการเป็นครอบครัวร่มเย็น พื้นฐานมาจากความรัก ความเข้าใจ ให้อภัย อดทน รับฟังปัญหา ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และต้องมีความเสียสละ ฉะนั้นก็ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้แก่ครอบครัวร่มเย็นทุกครอบครัว ในการกำลังสำคัญและครอบครัวตัวอย่าง พัฒนาครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศให้มีความมั่นคงและเจริญก้าวหน้าต่อไป

นอกจากนี้ พม.โดย สค.สำรวจครอบครัวไทยเกี่ยวกับการปฏิบัติตนตามมาตรการของรัฐ และการปรับตัวของครอบครัวไทยกับชีวิตวิถีใหม่ หรือนิว นอร์มอล ในภาวะวิกฤต ของโรคโควิด-19 โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่างอายุ 15 ปีขึ้นไป ทุกสาขาอาชีพ จำนวน 2,464 ตัวอย่าง ในพื้นที่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบสาระสำคัญ อาทิ ครอบครัวให้ความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของตนเอง 3 อันดับแรก ได้แก่ รับประทานอาหารถูกสุขลักษณะ กินร้อน ช้อนส่วนตัว และล้างมือบ่อย มากขึ้น ร้อยละ 83.9, หากรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย จะกักตัวให้ห่างจากครอบครัวและผู้อื่นทันที ร้อยละ 83.4 และ ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเฝ้าระวัง และป้องกันโรคระบาดอยู่เสมอ ร้อยละ 82.5

รวมถึงระมัดระวังป้องกันตนเองจากโรคระบาดอย่างเข้มงวด 3 อันดับแรก ได้แก่ สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน ร้อยละ 96.3, ปฏิบัติตนตามมาตรการของรัฐบาลอย่างเข้มงวด ร้อยละ 91.7 และหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน ไม่อยู่ในสถานที่สาธารณะหรืองานเลี้ยงสังสรรค์ ร้อยละ 87.2

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“INSET” ชนะประมูลงานติดตั้งวงจรกรองสัญญาณย่านคลื่นความถี่ 850 MHz ดัน backlog ทะลุ 3.34 พันล้าน หนุนผลงานครึ่งปีหลังโตโดดเด่น
บทความถัดไปส.ส.อนุสรี โฆษกคณะกรรมาธิการแรงงาน หนุนประกันสังคม จัดฝึกอบรมโครงการส่งเสริมและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้นายจ้างเพื่อลูกจ้างมีงานทำ