“วราวุธ” นำบิ๊กขรก.ทส.-ผู้ว่าฯแพร่ ทำพิธีขอขมา หลังรื้อบ้านบอมเบย์เบอร์มา

“วราวุธ”นำ ขรก.ทส.ทำพิธีขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์-ชาวแพร่หลังรื้อบ้านบอมเบย์เบอร์มา ระบุรับฟังความเห็นแบบบ้านจบภายใน 30 ก.ย. ขอเวลาฟื้นฟูแล้วเสร็จภายในก.ย.-ต.ค.ปี 64

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ จ.แพร่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานพิธีถวายเครื่องบัตรพลีบูชาเทวดาอารักษ์ประจำเมืองแพร่ เทวดาอารักษ์ประจำสวนรุกขชาติเชตวัน พิธีขอขมาบอกกล่าวเทวดาแบบโบราณล้านนาเมืองแพร่ และพิธีทำบุญอุทิศแด่ดวงวิญญาณผู้มีอุปการคุณต่อสถานที่ในบริเวณสวนรุกขชาติเชตวัน พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรฯ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจ.แพร่ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ ภาคีเครือข่ายรักษ์เมืองเก่าแพร่ ภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธี ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่ช่วงเช้า

โดยสำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นการขอขมาบอกกล่าวเทวดาแบบโบราณล้านนาเมืองแพร่ และพิธีทำบุญอุทิศแด่ดวงวิญญาณผู้มีอุปการคุณต่อสถานที่ในบริเวณสวนรุกขชาติเชตวัน เชื่อว่าเป็นการบอกกล่าวเจ้าที่ เทวดาอารักษ์ ผีบ้านผีเรือน ตามพิธีโบราณล้านนา คือเมื่อได้ทำการรื้อถอน หรือสร้างอาคาร บ้านเรือน เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่พื้นที่นั้น เพราะหากมีการรื้อถอนโดยไม่ได้บอกกล่าว อาจทำให้ “ขึด”หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะอยู่ไม่เป็นสุข เกิดเจ็บป่วยไข้หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตก็เป็นได้

โดยนายวราวุธ กล่าวว่า ตนมาในวันนี้เป็นการนำข้าราชการชาวกระทรวงทรัพยากรฯ มากล่าวคำขอขมาและขอโทษชาวแพร่ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ สถานที่แห่งนี้ แต่การขอโทษอย่างเดียวคงไม่พอ ในเรื่องทางราชการต้องมีการสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป หากเกิดความผิดพลาดจริงต้องมีผู้รับผิดชอบ จากนี้ทุกคนจะเดินไปร่วมกันเพื่อหาแนวทางฟื้นฟูทั้งโครงสร้างอาคารและจิตวิญญาณของชาวแพร่ เรื่องนี้เป็นบทเรียนของข้าราชการทุกส่วนที่ก่อนจะทำอะไรต้องฟังความเห็นประชาชนก่อน

นายวราวุธ กล่าวว่า การทำงานหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการที่มีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคประชาชนขึ้นมาทำงานร่วมกันว่ารูปแบบที่ควรจะเป็นควรเป็นอย่างไร โดยมีรูปแบบ 3 รูปแบบที่ต้องผ่านการทำประชาพิจารณ์และได้ข้อสรุปภายในวันที่ 30 ก.ย. นี้ โดยใช้งบประมาณดำเนินการประมาณ 8 ล้านบาท และคาดว่าจะแล้วเสร็ตภายใน ก.ย.หรือต.ค. 2564

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ สำรวจอาคารเก่าทั้งหมดในความรับผิดชอบของกระทรวงฯ เพื่อดูว่าจำเป็นต้องปรับปรุงซ่อมแซมอย่างไรต่อไป โดยเรื่องงบประมาณไม่ใช่ปัญหา

รายงานข่าวแจ้งว่า ทางจังหวัดได้แจ้งต่อนายวราวุธว่า ภายหลังเกิดกรณีการรื้อถอนบ้านบอมเบย์เบอร์มาจนเป็นประเด็นขึ้น ได้มีการสืบค้นประวัติความเป็นมาของบ้านดังกล่าวอย่างละเอียดร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 แพร่ โดยตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศพบว่าตัวอาคารสำนักงานบอมเบย์เบอร์มาที่แท้จริงถูกแม่น้ำยมกัดเซาะเสียหายไปนานแล้ว ส่วนอาคารศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ ที่เพิ่งถูกรื้อถอนเพื่อปรับปรุงเป็นอาคารที่สร้างขึ้นในยุคเดียวกันและใช้ในการตีตราไม้

ทั้งนี้เดิมกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง มีเนื้อที่ 48-1-87 ไร่ และอาคาร 2 หลัง เพื่อเป็นที่สำหรับใช้ในราชการกรมป่าไม้ (ที่ตั้งที่ทำการป่าไม้เขต ป่าไม้จังหวัด) เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2505 เป็นอาคารลำดับที่ 1 (พร.103) ขนาด 900 ตร.ม. ลักษณะเป็นเรือนทรงปั้นหยาไม้ 2 ชั้น เสาไม้สัก  ฝาไม้สัก พื้นชั้นล่างคอนกรีต-ชั้นบนไม้สัก หลังคามุงกระเบื้องไม้สัก การได้มาด้วยเงินงบประมาณ 562,500 บาท การใช้ประโยชน์เป็นที่พักและที่ทำการป่าไม้ (หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ฉบับที่ 947/2505) ปัจจุบันคงเหลือเนื้อที่ประมาณ 35 ไร่ เนื่องจากบางส่วนถูกแม่น้ำยมกัดเซาะพังลงไปในแม่น้ำ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สุชาติ’ รำพึง ‘บางคน’ ในวงวรรณกรรมไม่สำนึกพลาด ซ้ำเขียนงานโลกสวยเอาหล่อ
บทความถัดไปเก้า เกริกพล โพสต์แล้ว หลังเจนนี่ประกาศชัดไม่เคยโกง แฟนคลับแห่เชียร์เดินหน้าฟ้อง