ปภ.เตือน น้ำป่า-ดินสไลด์ 8 จังหวัด เร่งช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย

แฟ้มภาพ

ปภ.เตือน น้ำป่า-ดินสไลด์ 8 จังหวัด เร่งช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม ที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน เลย อุดรธานี ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด และดินสไลด์ในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2563 ถึงปัจจุบัน (15 ส.ค.63 เวลา 06.00 น.) ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ 8 จังหวัด แยกเป็น

น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 7 จังหวัด รวม 14 อำเภอ 33 ตำบล 163 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 858 ครัวเรือน ดังนี้

– ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ พะเยา เกิดน้ำไหลหลาก ในพื้นที่อำเภอเชียงคำ รวม 5 ตำบล 40 หมู่บ้าน น่าน เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองแคว อำเภอท่าวังผา และอำเภอบ่อเกลือ รวม 4 ตำบล 7 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8 ครัวเรือน
– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ เลย เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1 ครัวเรือน อุดรธานี เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอนายูง รวม 2 ตำบล 10 หมู่บ้าน
– ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี เกิดน้ำไหลหลาก ในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนาดี และอำเภอประจันตคาม รวม 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประขาชนได้รับผลกระทบ 19 ครัวเรือน จันทบุรี เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ เมืองจันทบุรี อำเภอขลุง และอำเภอมะขาม รวม 17 ตำบล 90 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 594 ครัวเรือน และตราด เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอเขาสมิง รวม 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 236 ครัวเรือน

ดินสไลด์ในพื้นที่ 1 จังหวัด ได้แก่ น่าน เกิดดินสไลด์ในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองแคว และอำเภอบ่อเกลือ รวม 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเจ้าหน้าที่พร้อมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องสูบน้ำ และยานพาหนะให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงและเร่งระบายน้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon