กก.ปฏิรูปประเทศตั้งเป้า 2 ปี ปั้นผู้บริบาล 1 แสนคน ป้อนสังคมสูงวัย

กก.ปฏิรูปประเทศตั้งเป้า 2 ปี ปั้นผู้บริบาล 1 แสนคน ป้อนสังคมสูงวัย

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ศ.นพ.อุดม คชินทร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านสุขภาพให้เห็นผลสัมฤทธิ์เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้ได้ภายใน 2 ปี จากบทเรียนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 การป้องกันตัวเองไม่ให้มีความเสี่ยง และมีสุขภาพดีเป็นสิ่งสำคัญ จึงตั้งเป้าหมายการปฏิรูปสาธารณสุขที่ตอบสนองกับยุคหลังโควิด-19 ให้เป็นชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เน้นการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟู และการเข้าถึงการรักษาใกล้บ้าน

 

ศ.นพ.อุดม กล่าวว่า จากที่ประชุมนี้ คณะกรรมการมีมติเห็นชอบในหลักการสำคัญ คือ ปฏิรูปการบริหารจัดการสถานการณ์และความพร้อมเผชิญภาวะฉุกเฉินโรคระบาดและโรคอุบัติใหม่ระดับชาติ โดยนำบทเรียนที่ได้จากการบริหารสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 มาปรับใช้ เผชิญกับโรคระบาดและโรคอุบัติใหม่ บูรณาการกับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว พัฒนาระบบการเงินการคลังและระบบประกันสุขภาพ จัดการข้อมูลสารสนเทศและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการมีระบบกักกันและควบคุมการเข้าประเทศที่มีกฎหมาย หรือระเบียบรองรับ ปฏิรูปการดูแลรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โดยบูรณาการการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเข้ากับระบบบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่องยั่งยืน ผลักดันนโยบายการตรวจสุขภาพ การเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเอง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

“ยกระดับการเข้าถึงการบริบาลดูแลของผู้สูงอายุทั่วประเทศ จัดให้มีการดูแลรักษาใกล้บ้านโดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ร่วมกันดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการแพทย์ทางไกล เช่น เทเลเมดิซีน (telemedicine) หรือ วิดีโอ คอล (video call) ตลอดจนพัฒนาระบบบริการที่มีผู้บริบาลดูแล โดยตั้งเป้าผลิตผู้บริบาล 1 แสนคน ภายใน 2 ปี ดูแลร่วมกับลูกหลานในครอบครัว” ศ.นพ.อุดม กล่าวและว่า ทั้งนี้ คณะกรรมการได้เสนอให้ปรับปรุงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ.2558 โดยเฉพาะอนุบัญญัติที่จำเป็น และกำหนดมาตรการภาษีโซเดียมสำหรับป้องกันและลดความเจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อ ซึ่งได้มอบฝ่ายเลขานุการ นำข้อเสนอของคณะกรรมการเพิ่มเติมให้ครอบคลุมทุกหลักการ เพื่อเสนอต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) พิจารณาต่อไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รื่นร่มรมเยศ : ทำเลก็สำคัญ : โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก
บทความถัดไปเพจดัง ‘เลี้ยงลูกนอกบ้าน’ แนะ 12 ข้อ เมื่อเราและลูกเห็นต่างทางการเมือง