กทม.ชวน ปชช.ชี้เป้าเก็บซากรถ รับส่วนแบ่งค่าปรับ 50%

กทม.ชวน ปชช.ชี้เป้าเก็บซากรถ รับส่วนแบ่งค่าปรับ50% หาเจ้าของไม่ได้เล็งขายทิ้ง

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยระหว่างนำคณะ ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผู้อำนวยการเขตจตุจักร ลงพื้นที่ติดตามการจัดระเบียบการจอดทิ้งซากรถยนต์ไว้บนถนน หรือสถานที่สาธารณะบริเวณซอยรัชดาภิเษก 32 แยก 5-4 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร ว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. สั่งการให้เข้มงวดปัญหาการจอดทิ้งซากรถยนต์ไว้บนถนนหรือสถานสาธารณะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามามาก เนื่องจากกีดขวางการจราจร ส่งผลด้านความปลอดภัย และในส่วนของความมั่นคงจากการก่อวินาศกรรม

“สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ เป็นการดำเนินการติดตามเรื่องการยกซากรถยนต์ในเขตจตุจักร ซึ่งเป็นการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 เพื่อติดตามและกวดขันเรื่องการยกซากรถยนต์ในกรุงเทพมหานคร โดยเบื้องต้นได้รับแจ้งมาว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ มีประมาณ 400 คัน สำนักเทศกิจสำรวจเพิ่มเติมพบอีก 126 คัน รวมทั้งสิ้น 526 คัน ที่เป็นฐานข้อมูลจะต้องทำการเคลื่อนย้าย ซึ่งได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายแล้ว 337 คัน โดยเจ้าของซากรถยนต์เป็นผู้เคลื่อนย้ายเอง 333 คัน” นายสกลธี กล่าว

ทั้งนี้ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จากการสำรวจซากรถยนต์ในพื้นที่เขตจตุจักร พบว่ามีทั้งหมด 33 คัน สำนักงานเขตจตุจักรได้ปิดประกาศ เรื่อง ให้เคลื่อนย้ายซากรถยนต์ออกจากที่สาธารณะบริเวณดังกล่าว พร้อมสอบปากคำประชาชนบริเวณใกล้เคียง เพื่อยืนยันและรับรองว่าซากรถยนต์ดังกล่าวได้จอดทิ้งไว้นานและไม่ทราบเจ้าก่อนทำการเคลื่อนย้ายแล้ว

“ที่ผ่านมา สำนักงานเขตจตุจักรได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายซากรถยนต์แล้ว 15 คัน สำหรับวันนี้สำนักงานเขตจตุจักร ร่วมกับ สำนักเทศกิจ กองโรงงานช่างกล และ สน.พหลโยธิน จะทำการเคลื่อนย้ายอีก 2 คัน ซึ่งได้ทำหนังสือแจ้งเจ้าของให้เคลื่อนย้ายซากรถยนต์แล้ว แต่ยังไม่ดำเนินการเคลื่อนย้าย เขตจึงได้ทำหนังสือประสาน สน.พหลโยธิน เพื่อตรวจสอบว่ารถยนต์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทางคดีหรือเป็นของกลางทางคดีหรือไม่ ซึ่งในการเคลื่อนย้ายซากรถยนต์ได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.พหลโยธิน ทั้งก่อนดำเนินการและหลังดำเนินการ” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

นายสกลธี กล่าวต่อไปว่า ในการดำเนินการเคลื่อนย้ายซากรถยนต์นั้น กทม.ได้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน แต่ยังขาดความพร้อมเรื่องรถยกซากรถยนต์ ซึ่งสำนักเทศกิจได้ประสานความร่วมมือจากกองโรงงานช่างกลที่มีเพียง 2 คัน ดังนั้นสำนักเทศกิจจึงต้องจัดตารางการเคลื่อนย้ายซากรถยนต์ในพื้นที่เขตต่างๆ ในแต่ละวันเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างทั่วถึงทุกเขต โดยจะมุ่งเน้นซากรถยนต์ที่เคลื่อนย้ายลำบากก่อน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องสถานที่จัดเก็บซากรถยนต์ที่ยังไม่มีสถานที่ส่วนกลางไว้จัดเก็บอย่างเป็นสัดส่วน ปัจจุบันต้องนำไปจัดเก็บในพื้นที่ที่สำนักเขตจัดหาไว้ก่อน ซึ่งจะนำปัญหานี้เสนอต่อผู้ว่าฯ กทม. ในการประชุมคณะผู้บริหารเพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป

“ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการจอดทิ้งซากรถยนต์สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ฝ่ายเทศกิจทุกสำนักงานเขต ซึ่งหากเบาะแสดังกล่าวนำไปสู่การจับปรับ ผู้แจ้งเบาะแสจะได้ส่วนแบ่งค่าปรับครึ่งหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 18 ห้ามมิให้ผู้ใดทิ้ง วาง หรือกองซากยานยนต์บนถนนหรือสถานสาธารณะ และบทกำหนดโทษ มาตรา 56 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ กฎหมายได้ระบุให้มีการสืบหาเจ้าของซากรถยนต์ก่อน โดยจะทำการติดประกาศ 15 วัน หากไม่พบเจ้าของ กทม.จะนำไปเก็บรักษาไว้ในที่ที่สำนักงานเขตจัดไว้ ถ้ามีเจ้าของมาติดต่อจะดำเนินการเปรียบเทียบปรับ หากไม่มีเจ้าของมาติดต่อจะจัดเก็บซากรถยนต์ไว้ประมาณ 6 เดือน และเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการเขตในการขายทอดตลาดซากรถยนต์ดังกล่าวต่อไป” นายสกลธ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผอ.โรงเรียนสระแก้ว เปิดพื้นที่รับฟังความเห็น ‘นร.ผูกโบขาว-ชู 3 นิ้ว’
บทความถัดไปกรมทางหลวงพิเศษ เชิญประชุมมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น โครงการทางหลวงพิเศษ