สธ.เผยไทยไร้ป่วยโควิด-19 นาน 3 เดือน หวั่นระบาดรอบ2 ขอปชช.ยังต้องป้องกันตนเองต่อ

สธ.เผยไทยไร้ป่วยโควิด-19 นาน 3 เดือน หวั่นระบาดรอบ2 ขอปชช.ยังต้องป้องกันตนเองต่อ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19

นพ.โสภณ กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศเนเธอร์แลนด์ และเข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 5 ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,242 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.05 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 111 ราย หรือร้อยละ 3.25 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,411 ราย

นพ.โสภณ กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ เป็นเพศหญิง อายุ 30 ปี สัญชาติไทย อาชีพ รับจ้าง เดินทางมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ถึงประเทศไทยวันที่ 15 สิงหาคม เข้ากักตัวในสถานกักตัวที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ที่ จ.ชลบุรี พบเชื้อจากการตรวจในครั้งที่ 2 วันที่ 26 สิงหาคม เป็นวันที่ 12 ของการกักตัว โดยไม่มีอาการป่วย

นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า สถานการณ์การของโรคโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้ยังคงพบการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง มีรายงานผู้ติดเชื้อทั่วโลกสะสม 24,906,503 ราย มีอัตราการการเพิ่มของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันกว่า 200,000 ราย ซึ่งประเทศที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุด คือ สหรัฐอเมริกา บราซิล และอินเดีย นอกจากนี้มีหลายประเทศกลับมาพบการระบาดในระลอกที่ 2 เช่น ประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง เวียดนาม เมียนมาร์ เป็นต้น สำหรับประเทศไทยได้จัดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รองรับในผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกราย โดยมีระบบเฝ้าระวังกักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) สถานที่กักตัวที่รัฐกำหนด (Alternative State Quarantine) หรือโรงพยาบาลทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine) นอกจากนี้บริเวณด่านพรมแดนต่างๆ มีด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังกลุ่มแรงงาน และผู้ที่เดินทาง เพื่อป้องกันการนำเชื้อโควิด-19 เข้าสู่ประเทศ

“อย่างไรก็ตามแม้ว่าขณะนี้ประเทศไทยจะไม่พบการติดเชื้อภายในประเทศต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว แต่เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดระลอก 2 เช่นเดียวในหลายประเทศ ความร่วมมือร่วมใจของประชาชนที่ตระหนักและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้ ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน ไม่นำตัวเองไปสัมผัสกับความเสี่ยงต่างๆ เลี่ยงการไปอยู่ในสถานที่แออัดคนรวมกันจำนวนมาก เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ รับประทานอาหารร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว ที่สำคัญคือเมื่อป่วยเป็นไข้ มีอาการระบบเดินหายใจ เช่น ไอ มีน้ำมูก ต้องอยู่บ้านพักรักษาตัวไม่ไปในสถานที่ต่างๆ ป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น และลงทะเบียนเข้า-ออก สถานที่ในแพลตฟอร์มและแอพพลิเคชั่นไทยชนะ ทุกครั้งที่เข้าใช้บริการในสถานที่ต่างๆ เพราะเมื่อหากพบผู้ติดเชื้อ จะใช้เป็นข้อมูลในการติดตามผู้สัมผัสนำเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคต่อไป” นพ.โสภณ กล่าว

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เสวนา ‘(เป็นประชา)รัฐ’ ในวันที่ ‘ชาติ’ ถูกช่วงชิงความเป็นเจ้าของ
บทความถัดไปคดีเหมืองทองอัครา VS ไทย รู้ผลปลายปีนี้ เปิดไทม์ไลน์ -ทำไมต้อง “อนุญาโตตุลาการ”