พลิกโฉมจัดการมลพิษ เพิ่มดาบ ‘คพ.’ ลุยเชิงรุก พร้อมอธิบดีใหม่มือปราบ

“เราชื่อกรมควบคุมมลพิษก็จริง แต่การทำงานที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าหลายๆ เรื่องเราเข้าไปจัดการเองไม่ได้ ไม่ใช่เราไม่ทำงาน แต่ด้วยอำนาจ โดยเนื้องานเราทำไม่ได้ แต่นับจากนี้ไปจะไม่ใช่แล้ว กรมควบคุมมลพิษเราจะต้องเป็นมือปราบมลพิษ เราจะทำทุกอย่างที่จะทำให้มลพิษน้อยลงและหมดไป จากอำนาจหน้าที่ของเราเอง จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เกริ่นถึงเรื่องการปรับโครงสร้างการทำงาน และอำนาจหน้าที่ของ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.)

ปลัด ทส.ผู้ที่ผ่านการทำหน้าที่ในตำแหน่งอธิบดี คพ.มาก่อนบอกด้วยว่า หลังจากปรับโครงการเรียบร้อยแล้ว คพ.จะไม่เป็นเพียงแค่เสือกระดาษอีกต่อไป

วิธีการที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังจะดำเนินการเพื่อไม่ให้ คพ.เป็นเหมือนเสือกระดาษเหมือนที่ผ่านมามี 2 ส่วน คือ ส่วนที่จะต้องมีการแก้กฎหมาย เพื่อเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้กับพนักงานผู้ปฏิบัติงานของ คพ. และ เพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิด ซึ่งสอดคล้องการปรับปรุง กฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับปัจจุบัน หรือ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ที่แก้ไขเนื้อหาเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา

อีกส่วนก็คือ การย้ายเอาสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค จำนวน 16 สำนัก ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งเดิมสังกัดสำนักงานปลัด ทส. มาสังกัดกรมควบคุมมลพิษทั้งหมด

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบ 1.จัดทําแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับภาค 2.เฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้วยวิชาการขั้นสูง เพื่อการประเมินความเสี่ยงเชิงพื้นที่ และรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมระดับภาค 3.ตรวจวัดและทดสอบตัวอย่างสิ่งแวดล้อมเพื่อบ่งชี้คุณภาพสิ่งแวดล้อม และการอ้างอิงตามมาตรฐาน

4.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับภาค ตลอดจนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้านสิ่งแวดล้อม 5.ดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และ 6.ปฏิบัติงานร่วมกันหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับมอบหมาย

ประการหลัง ไม่ต้องรออะไร เปิดการทำงานในปีงบประมาณใหม่ 1 ตุลาคม 2563 สามารถใช้อำนาจการสั่งการของปลัดกระทรวงดำเนินการได้ทันที

“การปรับโครงการการทำงานหน่วยงานใน ทส.คราวนี้ ไม่เฉพาะ คพ.เท่านั้น เพราะเมื่อ คพ.ทำงาน ก็ต้องทำควบคู่ไปกับหน่วยงานอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.)” ปลัด ทส.แจกแจงถึงการปรับเปลี่ยน คพ.

ด้าน อัษฎาพร ไกรพานนท์ รองปลัด ทส.เสริมว่า โครงสร้างใหม่ของ คพ.ที่ทุกคนจะเห็นได้ชัดก็คือการเป็นหน่วยงานปราบปรามมลพิษอย่างแท้จริง เพราะจะมีอำนาจการตรวจสอบและอำนาจในการลงโทษ เป็นการยกระดับการทำงานที่ไม่เคยมีมาก่อน

“มันจะออกมาคล้ายๆ การทำงานของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Agency -EPA) หรือ ‘อีพีเอ เป็นหน่วยงานระดับประเทศ หรือระดับรัฐบาลกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา มีหน้าที่ดูแลปกป้องสุขภาพของมวลมนุษย์และปกป้องสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ซึ่งได้แก่อากาศ น้ำ และแผ่นดิน แต่ก็ไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง ด้วยบริบทของการพัฒนาประเทศ และการปกครอง แต่รูปแบบการทำงานใช้หลักการที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ของสหรัฐอเมริกาเขาใช้ Agency แต่เรา เมื่อปรับปรับเปลี่ยนแล้ว ชื่อเราอาจจะเปลี่ยนเป็น Department แทน” อัษฎาพรอธิบาย

ต่อไปนี้ คพ.จะทำงานในเชิงรุก มากกว่าการตั้งรับ

เชิงรุกที่ว่านั้น รองปลัด ทส.ขยายความว่า คพ.จะกลายเป็นหน่วยงานที่สามารถควบคุมและปราบปรามผู้กระทำผิดด้านมลพิษ มากกว่าการตั้งรับ ซึ่งการย้ายสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคทั้ง 16 แห่งทั่วประเทศมาสังกัด คพ.จากเดิมที่ขึ้นอยู่กับสำนักงานปลัด ทส.นั้น จะทำให้การทำงานมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่จะเข้าถึงเหตุการณ์ได้ทันทีหลังจากได้รับแจ้ง โดยสำนักงานงานสิ่งแวดล้อมภาคทุกแห่งจะมีโมบายยูนิต เป็นรถปฏิบัติการเคลื่อนที่ มีเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ ตรวจสอบ ที่จะให้ได้ผลภายในเวลารวดเร็ว ไม่ต้องรอ ไม่ต้องใช้เวลานานเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป

แน่นอนว่าภารกิจการงานที่เพิ่มขึ้น และต้องการผลตอบแทนที่มีประสิทธิผลเหนือว่าทุกยุคสมัยที่ผ่านมา โดย คพ.ในยุคใหม่ย่อมมีงบประมาณเพิ่มมากขึ้นตามมาแน่นอน

สำหรับบุคลากรที่จะมาทำงานจะใช้วิธีการโอนย้ายภายในหน่วยงานและเกลี่ยหน้าที่กันมากกว่าการเพิ่มตำแหน่ง และหลักๆ ก็คือ การนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีอยู่เข้ามาช่วย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของ ทส.และ คพ.เองที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีมีจำนวนมากอยู่แล้ว เรื่องนี้จึงไม่น่ากังวลแต่อย่างใด

“ได้คุยกับ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ที่จะมารับตำแหน่งอธิบดีกรมควบคุมมลพิษคนต่อไปแล้ว รู้สึกว่าเป็นมิติใหม่สำหรับกรมควบคุมมลพิษในยุคใหม่ เพราะนายอรรถพลได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมือปราบที่ทำงานด้านการปราบปรามในกรมป่าไม้มาก่อน และการมาอยู่กรมควบคุมมลพิษถือว่าเป็นเรื่องที่ดีงามอย่างยิ่ง ซึ่งนายอรรถพลก็มีความพร้อมที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้” รองปลัด ทส.สรุปและเชื่อมั่นฝีมืออธิบดี คพ.คนใหม่

1 ตุลาคม 2563 นี้เตรียมพบกับกรมควบคุมมลพิษโฉมใหม่ และอธิบดีคนใหม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แม่หลอน ระแวงจะมีคนรุมโทรม 2 ลูกสาว ใช้มีดปาดคอลูกคนเล็กดับ
บทความถัดไปเปิดตลาดบาทแข็งค่า ทิศทางผันผวน รอผลประชุมด้าน ศก.ของจีน-สหรัฐ