อนุทิน เยี่ยมศูนย์วิจัยแพทย์ทหารสหรัฐ เผยพัฒนาวัคซีนร่วมกันนานกว่า 60 ปี

อนุทิน เยี่ยมศูนย์วิจัยแพทย์ทหารสหรัฐ เผยพัฒนาวัคซีนร่วมกันนานกว่า 60 ปี

วันนี้ (15 กันยายน 2563) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายไมเคิล จอร์จ ดี ซอมบรี เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และคณะ เข้าเยี่ยมชมสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร US Army Medical Directorate of the Armed Forces Research Institute of Medical Sciences (USAMD-AFRIMS) เพื่อเน้นย้ำความสัมพันธ์และความร่วมมือที่สำคัญระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาในการวิจัยทางการแพทย์ การเฝ้าระวังโรค การพัฒนามาตรการตอบโต้ทางการแพทย์

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ได้รับเชิญจากเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ซึ่ง สธ.ไทย ได้มีความร่วมมือกับสหรัฐอย่างใกล้ชิดผ่านศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐด้านสาธารณสุข (TUC) และ AFRIMS มาอย่างต่อเนื่อง ร่วมศึกษาวิจัยทดลองทางคลินิกโรคเขตร้อน การผลิตวัคซีนเอชไอวี และวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก รวมทั้งตั้งแต่ช่วงแรกที่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ได้ช่วยสืบค้นผู้สัมผัส และช่วยในการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) หาเชื้อโควิด-19 ซึ่ง AFRIMS เป็นเครือข่ายห้องปฏิบัติการวิจัยทางการแพทย์ ของกระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ ที่มีในประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ใหญ่ที่สุด

นายอนุทิน กล่าวว่า AFRIMS มีความร่วมมือในโครงการเฝ้าระวังและงานวิจัยร่วมกับกรมควบคุมโรค เช่น การศึกษาอุบัติการณ์การติดเชื้อเอชไอวีในชายไทยที่ได้รับการคัดเลือกเป็นทหารกองประจำการ กองทัพบก โครงการศึกษาวัคซีนเอดส์ทดลอง การศึกษาเบื้องต้นการถอดรหัสสารพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 ที่พบในคนไทย เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการศึกษาธรรมชาติของเชื้อไวรัสในแง่ความเชื่อมโยงที่มาที่ไปของผู้ป่วย และความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของโรคกับไวรัสที่กลายพันธุ์จากชนิดหนึ่งเป็นอีกชนิดหนึ่งได้ การลงพื้นที่ค้นหาผู้ป่วยโรคมาลาเรียเชิงรุก ยกระดับจากการควบคุมโรคเป็นกำจัดโรค โดยตั้งเป้าหมายร่วมกันให้ทุกอำเภอของประเทศไทย ไม่มีการแพร่เชื้อมาลาเรียในพื้นที่ติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี รวมถึงการเฝ้าระวังเชื้อมาลาเรียดื้อยา

“สำหรับความร่วมมือต่อเนื่องที่จะดำเนินการร่วมกันคือ การสนับสนุนการตรวจวินิจฉัยทางห้องแล็บ ทั้งทางซีโรโลยี พันธุกรรม การเพาะเชื้อ ในภาวะที่มีการระบาดของโรคติดต่อ โดยเฉพาะโรคติดต่ออุบัติใหม่ โครงการเฝ้าระวังเชิงรุกกลุ่มโรคไข้สมองอักเสบด้านห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรค Japanese Bencephalitis ขยายผลการเฝ้าระวังโรค พาหะนำโรคติดต่อในพื้นที่ชายแดนและช่องทางเข้าออกประเทศ เน้นโรคในกลุ่มที่เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ.2558 สนับสนุนการศึกษาดูงานผู้เข้ารับการฝึกอบรมสาขาแพทย์ระบาดวิทยาภาคสนาม และผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากสถาบันเวชศาสตร์ป้องกันศึกษาอย่างต่อเนื่อง และร่วมกันจัดทำแนวปฏิบัติในการรายงานโรค ที่ต้องเฝ้าระวังที่ตรวจพบจากโครงการวิจัยและโครงการเฝ้าระวังโรคติดต่อในพื้นที่ดำเนินการต่างๆ ของ AFRIMS เข้ามาอยู่ในระบบรายงานโรคตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ” นายอนุทิน กล่าว

ด้าน นายไมเคิล กล่าวว่า ไทยและสหรัฐฯ มีความร่วมมือกันกว่า 60 ปี ด้วยความสัมพันธ์อันดี โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้จัดงานเฉลิมฉลองวันครบรอบความร่วมมือดังกล่าว ทั้งนี้ ยังร่วมมือกันพัฒนาวัคซีน-19 ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพบก และโรงพยาบาล (รพ.) จุฬาลงกรณ์ ด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แท็กซี่เฮ! อนุมัติขยายอายุการใช้งานรถ จาก 9 ปี เป็น 12 ปี
บทความถัดไปครม.รับทราบ ข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. ป้องกันการทุจริต พ.ร.ก.การเงิน 3 ฉบับ