กรมวิทย์ฯ จับมือ มทร.พระนคร วิจัยและพัฒนากัญชาและพืชเสพติดทางการแพทย์

กรมวิทย์ฯ จับมือ มทร.พระนคร วิจัยและพัฒนากัญชาและพืชเสพติดทางการแพทย์

วันนี้ (24 กันยายน 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สำเริง แหยงกระโทก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสธ.เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยวิชาการ วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) พระนคร ในการวิจัยและพัฒนามาตรฐานยาสมุนไพรไทย (Thai Herbal Pharmacopoeia, THP) สำหรับพืชกัญชา พืชเสพติดและพืชสมุนไพรอื่นๆ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการรักษาผู้ป่วยที่ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย

นพ.สำเริง กล่าวว่า การพัฒนายาจากกัญชาและพืชเสพติดที่มีประโยชน์ทางการแพทย์เป็นนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ.เพื่อให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองได้และมีความมั่นคงทางด้านยา การนำผลิตภัณฑ์กัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ทั้งในแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย วัตถุดิบกัญชา และผลิตภัณฑ์ยากัญชาทุกชนิด จำเป็นต้องคุณภาพดีมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล


นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการบูรณาการด้านวิชาการ การวิจัย และพัฒนา โดยทั้งสองหน่วยงานจะส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรทางด้านมาตรฐานยา ยาสมุนไพรไทยและเทคโนโลยีเชิงเกษตรกรรม (AgriTech) สำหรับสมุนไพรที่มุ่งเน้นพืชกัญชาและ พืชเสพติดที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ ตลอดจนพืชสมุนไพรอื่นๆ แบบครบวงจร รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี และองค์ความรู้ที่สามารถนำเข้าสู่มิติใหม่ของการสร้างและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานยาสมุนไพรไทย โดยมีการจัดระบบฐานข้อมูล (Database) และการจัดทำข้อมูลเฉพาะเรื่องกัญชาทางการแพทย์ (Medical Cannabis Monograph) ซึ่งรวมถึงพืชเสพติดที่มีประโยชน์ทางการแพทย์และพืชสมุนไพรอื่นด้วย

“ที่ผ่านมา กรมวิทยาศาสตร์ฯ โดย สำนักยาและวัตถุเสพติด ได้มีการจัดทำตำรายาของประเทศไทย ฉบับเพิ่มเติมปี 2020 (Thai Pharmacopoeia II Volume I Part 1 Supplement 2020) ขึ้นมาเพื่อใช้อ้างอิงตามกฎหมาย ซึ่งประกอบด้วย ข้อกำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์กัญชา จำนวน 2 มอโนกราฟ ได้แก่ สารสกัดกัญชา (Cannabis Extract) และน้ำมันกัญชาหยอดใต้ลิ้น (Cannabis Sublingual Drops) โดยข้อกำหนดมาตรฐานดังกล่าว ได้จากการวิจัยและพัฒนาวิธีการตรวจเอกลักษณ์และวิธีวิเคราะห์หาปริมาณสารสำคัญ ทั้งสาร tetrahydrocannabinol (THC) และ cannabidiol (CBD) รวมทั้งการปนเปื้อนจากสารกำจัดศัตรูพืช โลหะหนัก หรือเชื้อรา และปริมาณการตกค้างของตัวทำละลายที่ใช้สกัด (residual solvent) อีกทั้งยังมีข้อมูลด้านความปลอดภัย เช่น ข้อห้ามใช้ อาการข้างเคียงของยา รวมทั้งภาคผนวกที่เกี่ยวข้องจำนวน 42 เรื่อง ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดตำรายาผ่านช่องทาง Mobile Application ชื่อว่า “Thai Pharmacopoeia” หรือทางเว็บไซต์สำนักยาและวัตถุเสพติด https://bdn.go.th/tp/#home” นพ.โอภาส กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เชลซี’ คว้า ‘เอดูอาร์ เมนดี้’ เฝ้าเสา 5 ปี 22 ล้านปอนด์
บทความถัดไป“เอพี” จับมือ “จุฬาฯ” สร้างนักคิด ต่อยอดดีไซน์สร้างสรรค์ ตอบโจทย์คนใช้งานจริง