ปลัด ทส. สั่ง ทช.ตรวจสอบเหตุปลิงทะเลลอยเกลื่อนหาดจันทบุรี

 ปลัด ทส. สั่ง ทช.ตรวจสอบเหตุปลิงทะเลลอยเกลื่อนหาดจันทบุรี

กรณีมีผู้พบเห็นปลิงทะเลจำนวนมากเกยตื้นบริเวณริมหาดบางกะไชย อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ตลอดความยาวกว่า 300 เมตร เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2563 นั้น

วันที่ 24 ตุลาคม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เร่งรัดสั่งการให้ นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) สั่งการให้ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จ.ระยอง นำทีมเจ้าหน้าที่และนักวิชาการวิทยาศาสตร์ทางทะเล ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบปลิงทรายหนาม ชนิด Holothuria (Theelothuria) kurti จำนวนมากเกยตื้น ทั้งหมดอยู่ในสภาพยังมีชีวิตแต่มีอาการอ่อนแรง เนื่องจากสภาพแวดล้อมโดยรอบเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน กล่าวคือมีน้ำจืดปริมาณมากไหลลงมาสู่ทะเลทำให้เกิดความเจือจางจนค่าความเค็มต่ำทำให้ปลิงไม่สามารถปรับตัวได้ทัน สูญเสียแรงดันออสโมซิสในร่างกายจึงเกิดความอ่อนแอจนไม่สามารถต้านทานกระแสคลื่นและพัดมาเกยชายหาดเป็นจำนวนมาก ดังกล่าว

นายโสภณกล่าวว่า นอกจากนี้ ทีมเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำ จำนวน 3 จุด และสำรวจสิ่งแวดล้อมบริเวณโดยรอบ พบการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืช ซึ่งมีสาเหตุจากน้ำเสียที่มีผู้ปล่อยลงทะเล คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เพื่อสันทนาการ ไม่เหมาะแก่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่หลายรายยืนยันว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้สามารถพบเห็นได้เป็นประจำ ซึ่งที่ผ่านมาอาจพบปลิงทะเลหัวมันเทศหรือปลิงทะเลชนิดอื่นด้วย โดยส่วนมากเกิดขึ้นในช่วงน้ำหลาก เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติปลิงทะเลก็จะกลับสู่ธรรมชาติดังเดิม

 

 

วราวุธ ศิลปอาชา

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรี ทส. กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้ ทช.ตรวจสอบสถานการณ์และเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด ซึ่งในเบื้องต้นได้รับสรุปรายงานว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการพบเหตุการณ์ลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เกิดการรุกของน้ำจืดทำให้ค่าความเค็มมีการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน ซึ่งปลิงทะเลจะเป็นเหมือนดัชนีชี้วัดหากมีการเปลี่ยนแปลงความเค็ม ก็จะแสดงอาการให้เห็นทันที ตนจึงขอยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเท่านั้น อย่าได้กังวลว่าจะเป็นลางร้ายหรือเหตุเภทภัยเหนือธรรมชาติใดๆ

“สิ่งต่างๆ เปรียบเสมือนสัญญาณทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่า คือ น้ำเสียที่ถูกปล่อยลงสู่ทะเล โดยน้ำมือมนุษย์ผู้ขาดจิตสำนึกรับผิดชอบทำให้เกิดการสะพรั่งของสาหร่าย และเกิดมลพิษทางทะเล สิ่งนี้จะต้องหาทางจัดการและป้องกันอย่างที่สุด แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจตราเฝ้าระวังอย่างไร หากยังมีคนเห็นแก่ตัวมักง่ายแอบปล่อยน้ำเสียลงทะเล ปัญหาเหล่านี้ก็ยังจะปรากฏให้เห็นอยู่เป็นประจำซึ่งผมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามและหามาตรการแนวทางในการแก้ไขให้ได้อย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาระบบนิเวศทางทะเลให้สมดุลต่อไป” นายวราวุธกล่าว

โสภณ ทองดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวชัยนาท 8 อำเภอใส่เสื้อเหลืองแสดงพลังปกป้องสถาบันเบื้องสูง
บทความถัดไปผบช.ก.มอบให้แม่บ้านตำรวจ ปันน้ำใจ ช่วยชาวโคราช