ก.แรงงาน-ยักษ์ใหญ่ซิโนเปคฯ อัพสกิลช่างเชื่อมอัตโนมัติ นำร่อง 300 คน

ก.แรงงาน จับมือยักษ์ใหญ่ซิโนเปคฯ พัฒนาฝีมือช่างเชื่อมอัตโนมัติ นำร่องฝึก 300 คน
ป้อนอุตสาหกรรมปิโตรเลียม

วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2563) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานแถลงข่าวความร่วมมือการพัฒนาฝีมือแรงงานด้านเทคโนโลยีการเชื่อมอัตโนมัติในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ระหว่าง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) และบริษัท ซิโนเปค อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม เซอร์วิส คอร์ปอเรชั่น เพื่อจัดฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีการเชื่อมอัตโนมัติให้แก่แรงงานไทย 4 หลักสูตร

นางนฤมล แถลงว่า กพร.ร่วมกับ บริษัท ซิโนเปค อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียมฯ ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของโลกในเครือซิโนเปค กรุ๊ป (Sinopec Group) สาธารณรัฐประชาชนจีน ดำเนินธุรกิจด้านวิศวกรรมปิโตรเลียมเดินท่อส่งก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เดิมใช้แรงงานฝีมือที่มีความรู้ ความชำนาญเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านนี้โดยเฉพาะจากประเทศจีน แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถนำแรงงานจากประเทศจีนเข้ามาดำเนินการได้ จึงเป็นโอกาสของแรงงานไทยที่จะเข้าไปทำงาน และได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับสากล ถือเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ให้แก่ช่างเชื่อมไทย

นายวัง เหว่ย ผู้จัดการ บริษัท ซิโนเปค อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียมฯ (ประจำประเทศไทย) กล่าวว่า
บริษัท ซิโนเปค อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียมฯ เข้ามาดำเนินกิจการโครงการด้านอุสาหกรรมปิโตรเลียมในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2013 ความร่วมมือกับประเทศไทย ที่จัดให้มีการอบรมการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์การพัฒนาของบริษัท ซิโนเปค อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียมฯ ในประเทศไทย

“หลังจากการศึกษาดูงาน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น บริษัท ซิโนเปค อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียมฯ และ กพร.มีแนวความคิดสอดคล้องกันที่จะร่วมกันสร้างศูนย์พัฒนาฝีมือมือแรงงานด้านวิศวกรรมปิโตรเลียม โดยทั้งสองฝ่ายจะมีการเจรจารายละเอียดขั้นตอนดำเนินงานในภายหลังการเซ็นลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) เสร็จสิ้น” นายวัง เหว่ย กล่าวและว่า เชื่อว่าศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานด้านวิศวกรรมปิโตรเลียมนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ในการลดการขาดแคลนบุคลกรผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมปิโตรเลียม รวมถึงขยายขอบเขตทางเลือกในการจ้างงาน เพิ่มอัตราการจ้างงาน เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของประเทศไทยบนพื้นฐานของประโยชน์ดังกล่าวนี้ จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง กพร.และบริษัท ซิโนเปค อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียมฯ ก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นในการร่วมพัฒนามาตรฐานด้านอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของไทย และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการฝึกอบรม เพื่อเป็นฐานในการผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชั้นสูงด้านอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและก๊าซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้าน นายธวัช เบญจาทิกุล อธิบดี กพร. กล่าวว่า การบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชนในครั้งนี้ ได้วางแผนร่วมกันถ่ายทอดความรู้และยกระดับทักษะให้แก่แรงงานไทย เตรียมป้อนเข้าสู่ระบบการจ้างงานด้านอุตสาหกรรมปิโตรเลียม โดยการนำเทคโนโลยีการเชื่อมอัตโนมัติ พร้อมผู้เชี่ยวชาญ และอุปกรณ์การฝึกอบรมของบริษัทมาถ่ายทอดความรู้ให้แก่ครูฝึกของ กพร. เพื่อนำไปขยายผลการฝึกให้แก่นักศึกษา ผู้ว่างงาน และแรงงานทั่วไปที่มีความรู้พื้นฐานด้านงานเชื่อม มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 300 คน ในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการเชื่อมอัตโนมัติในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม จำนวน 4 หลักสูตร ได้แก่ 1. การเชื่อมไฟฟ้าระดับกลาง 2.การเชื่อมทิก การเชื่อมอาร์กอนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระดับกลาง 3. การเชื่อมระดับสูง 4.การเชื่อมท่อหม้อไอน้ำและภาชนะรับแรงดัน ซึ่งจะฝึกในศูนย์ฝึกอบรมการเชื่อมใน จ.ชลบุรี ผู้รับการฝึกอบรมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เน้นความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

“ผู้ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับการพิจารณาเข้าทำงานกับบริษัท ซิโนเปค อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียมฯ และบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และแถบภูมิภาคอาเซียนด้วย” นายธวัช กล่าวและว่า ความร่วมมือดังกล่าว ช่วยพัฒนายกระดับทักษะครูฝึกของ กพร.เพื่อนำไปขยายผลให้แรงงานไทยมีฝีมือตรงกับเทคโนโลยีและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทดแทนการขาดแคลนแรงงาน และสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

ทั้งนี้ นายธวัช กล่าวว่า ทั้ง 2 หน่วยงาน จะมีการลงนามเอ็มโอยูในเร็วๆ นี้ ซึ่งนอกจากการฝึกยกระดับทักษะให้แก่แรงงานในหลักสูตรข้างต้นแล้ว ยังมีหลักสูตรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชั้นสูง อาทิ กลุ่มช่างอุตสาหการ ช่างไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ซึ่งเปิดฝึกอบรมตลอดปี 2564 สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือ สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon