สธ.ตั้งเป้าลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ หนุนทุกอาชีพทำงานปลอดภัย

สธ.ตั้งเป้าลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ หนุนทุกอาชีพทำงานปลอดภัย

วันนี้ (12 พฤศจิกายน 2563) ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังเปิดการประชุมสมาคมอาชีวอนามัย ว่า อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานในประเทศไทยยังมีแนวโน้มสูง ข้อมูลจากกองทุนเงินทดแทนในปี 2562 พบว่า มีลูกจ้างประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยจากการทำงาน 94,906 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 27.47 ต่อปี ส่วนความรุนแรงของการประสบอันตราย ส่วนใหญ่หยุดงานไม่เกิน 3 วันคิดเป็นร้อยละ 68.76 ต่อปี หยุดงานเกิน 3 วันร้อยละ 29.30 ต่อปี สูญเสียอวัยวะบางส่วนร้อยละ 1.28 ต่อปี เสียชีวิตร้อยละ 0.67 ต่อปี และทุพพลภาพร้อยละ 0.01 ต่อปี

“สาเหตุที่ทำให้บาดเจ็บเกิดจากวัตถุหรือสิ่งของตัด/บาด/ทิ่มแทง ร้อยละ 23.91 ต่อปี อวัยวะที่ได้รับอันตรายสูงสุด คือ นิ้วมือ/นิ้วหัวแม่มือ ร้อยละ 29.47 ต่อปี ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 25-29 ปีร้อยละ 17.71 ต่อปี โดยสถานประกอบการที่มีลูกจ้างมากกว่า 1,000 คน ประสบอันตรายสูงสุดร้อยละ 13.52 ต่อปี” นายสาธิต กล่าว

นายสาธิต กล่าวว่า สธ.ให้ความสำคัญกับงานอาชีวอนามัยและการมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน (Decent Work For All) ตามนโยบายขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) และตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals–SDGs) ภายในปี 2573 ที่มี 17 เป้าหมาย โดยเรื่องนี้อยู่ในเป้าหมายที่ 8 คือ การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ทำงานที่เป็นต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าวและผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย ซึ่งวัดผลจากอัตราการบาดเจ็บจากการทำงาน จำแนกตามเพศและสถานะพลเมือง เนื่องจากผู้ทำงานทุกคนถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศ หากส่งเสริมให้มีงานที่เหมาะสมและจัดสภาพแวดล้อมการทำงานให้เอื้อต่อสุขภาวะคนทำงานทุกอาชีพและทุกคน จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคจากการทำงาน การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการทำงาน โดยเฉพาะงานที่เสี่ยงอันตราย ทำให้ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ทั้งค่ารักษาพยาบาลและการขาดแคลนคนทำงานจากภาวะพิการและเสียชีวิต

นายสาธิต กล่าวว่า สธ.มีนโยบายสนับสนุนให้นักอาชีวอนามัย (HSE) ในสถานประกอบการ ทำหน้าที่ประสาน 3 ฝ่ายคือ นายจ้าง ลูกจ้าง และทีมสาธารณสุข ได้แก่ แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ และพยาบาลอาชีวอนามัย เพื่อส่งเสริมให้สถานประกอบการมีการประเมินและลดความเสี่ยงต่อสุขภาพสำหรับทุกอาชีพและทุกคน โดยเฉพาะลดการบาดเจ็บจากการทำงาน นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ยังได้ผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2562 เพื่อกำหนดกลไกการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่แจ้ง หรือรายงานเกี่ยวกับการพบหรือมีเหตุสงสัยว่าเกิดโรคจากการประกอบอาชีพหรือโรคจากสิ่งแวดล้อม ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือกรมควบคุมโรค เพื่อให้สามารถดำเนินการกับสถานการณ์การเกิดโรคดังกล่าวได้ทันท่วงที

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กป้อม เมินตอบ ‘ม็อบเสื้อเหลืองนครฯ’ กรูล้อมรถ โยนแรมโบ้ตอบ ประชุมพีมูฟ
บทความถัดไป“ภาพัฒน์” เดินหน้ารุกตลาดแนวราบ สนองดีมานด์ ปี’64 จ่อผุดโครงการแบรนด์ใหม่ย่านพัฒนาการ