ศกพ.เผย 12 แผนการเตรียมความพร้อมรับมือพีเอ็ม 2.5 ชี้ ตัวการหลักจากขนส่ง-เผาที่โล่ง-หมอกควันข้ามแดน

ศกพ.เผย 12 แผนการเตรียมความพร้อมรับมือพีเอ็ม 2.5 ชี้ ตัวการหลักจากขนส่ง-เผาที่โล่ง-หมอกควันข้ามแดน

วันที่ 16 พฤศจิกายน ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) จัดตั้งโดยคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ในฐานะประธาน ศกพ. แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง

นายอรรถพล เปิดกล่าวว่า ความคืบหน้าในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบในการทบทวนแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” และเห็นชอบกำหนด 12 มาตรการเฉพาะกิจการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 พร้อมทั้งเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งต่อมาได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อเป็นศูนย์ในการบูรณาการประสานงานรวบรวมข้อมูลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน ในรูปแบบ One Voice One Team และกำลังจะนำเสนอที่ประชุม ครม. เพื่อรับทราบ

นายอรรถพลกล่าวว่า ศกพ. ได้การทบทวนแผนปฏิบัติการฯ เดิม และเพิ่มเติมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเพิ่มเติมแนวทางการดำเนินงานตามความเห็นจากการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อให้แผนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยมีแนวทางการดำเนินงานตามแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ดังนี้ 1.การสื่อสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 2.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภายคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ 3.การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า 4.สร้างเครือข่าย อาสาสมัคร และจิตอาสา เป็นกลไกหลักเข้าถึงพื้นที่ ทั้งสื่อสาร ติดตามเฝ้าระวัง และดับไฟ 5.เร่งขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ภายใต้ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 6.เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่าให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม 7.การพยากรณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า 3 วัน เพื่อแจ้งเตือนประชาชน 8.ประยุกต์ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการรายงานปริมาณฝุ่นละอองเชิงพื้นที่ 9.พัฒนาระบบคาดการณ์ และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงการพัฒนาและใช้งาน Application บัญชากาการดับไฟป่า 10 บริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยใช้ Application ลงทะเบียนจัดการเชื้อเพลิง 11.ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลป่าไม้ และลดการเผาป่า ผ่านการจัดที่ดินทำกิน และ 12 เจรจาสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งระดับอาเซียน ระดับทวิภาคี และระดับพื้นที่ชายแดน

“พร้อมกันนี้ ศกพ. ได้เปิดตัวนายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ โฆษกศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ และนางสาวศิวพร รังสิยานนท์ รองโฆษก ศกพ. ซึ่งจะทำหน้าที่ในการแถลงข่าวชี้แจงการดำเนินงาน และรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการแจ้งเตือนประชาชนในการรับมือและเตรียมความพร้อมในการป้องกันผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ที่ฝุ่นละอองมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน” อธิบดี คพ.กล่าว

นายอรรถพลกล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวโน้มทรงตัวมาตั้งแต่เริ่มการตรวจวัดโดยสถานีริมถนนดินแดง เริ่มการตรวจวัดมานานที่สุดตั้งแต่ปี 2554 ทั้งนี้ ก่อนหน้าปี 2554 คพ.ตรวจวัดฝุ่นละอองโดยใช้ PM10 เป็นเกณฑ์คุณภาพอากาศ ซึ่งเมื่อพิจารณาสถานการณ์รายปีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะพบว่าแนวโน้มในช่วงปี 2560-2563 ไม่แตกต่างกันมากนัก จากการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยสถานีตรวจวัดของ คพ. พบว่า ปริมาณ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ปี 2563 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-11 พฤศจิกายน 2563 ตรวจวัดได้อยู่ในช่วง 2-102 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 50 มคก./ลบม.) เกินมาตรฐาน 32 วัน โดยค่าสูงสุด ตรวจวัดได้ในเดือนมกราคม เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า ปริมาณ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ปี 2562 ตรวจวัดได้อยู่ในช่วง 4-104 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐาน 35 วัน

“สาเหตุของ PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร การศึกษาแหล่งกำเนิด PM2.5 มีหลายงานวิจัย ซึ่งหากดูเฉพาะกรุงเทพมหานคร โดยสถาบัน AIT พบว่า มาจากการขนส่งทางถนน ถึง 72.5% อุตสาหกรรม 17% การเผาในที่โล่ง 5% แต่ได้มีการศึกษาในเชิงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดย JGSEE พบว่า ปริมาณ PM2.5 มาจาก การขนส่งทางถนน 51% อุตสาหกรรม 21 % การเผาในที่โล่ง 6% ค่า PM2.5 สำหรับ พื้นที่อื่นๆทัวประเทศ ภาคเหนือ/สาเหตุ ปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือเกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้ง สาเหตุหลักของปัญหาเกิดจาก ลักษณะภูมิประเทศและสภาพอุตุนิยมวิทยา ของภาคเหนือที่เป็นแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง และในช่วงหน้าแล้งอากาศแห้ง ความกดอากาศสูง การยกตัวของอากาศเกิดได้น้อย ทำให้อากาศปิด ฝุ่นละอองไม่ฟุ้งกระจาย รวมทั้ง การทำกิจกรรมในพื้นที่ เช่น พื้นที่ป่าอนุรักษ์และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เกิดการเผาจาก การบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทำกิน จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ด้วยความสูงและ ความลาดชันของพื้นที่ทำให้การเตรียมพื้นที่เพาะปลูกและกำจัด เศษวัสดุทางการเกษตรจำเป็นต้องใช้วิธีเผา การเผาในพื้นที่ป่าเพื่อล่าสัตว์และหาของป่า และ การเผาในพื้นที่รอบป่าและลามเข้าสู่ป่าเกิดเป็นไฟป่า นอกจากนี้ พื้นที่เกษตร มีการเพิ่มขึ้นของการปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเกษตรกรจะเผา เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกและกำจัดเศษวัสดุทางการเกษตรเช่นเดียวกับเกษตรในพื้นที่ป่า และหมอกควันข้ามแดน จากภาพถ่ายดาวเทียมพบจุดความร้อนและหมอกควันหนาแน่นในอนุภูมิภาคแม่โขง” นายอรรถพลกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สไปรซ์ซี่ดิสก์ ประกาส ‘มายด์’ ขอพักวง ขอบคุณแฟนๆ ที่สนับสนุน เผยรับงานแสดงปกติถึง 31 มี.ค.64
บทความถัดไปป.ขยี้พฤติการณ์โจรหลอกตุ๋นโควต้าหวยชาวบ้านสูญร่วม 400 ล.บ.พบอ้างเป็นร่างทรงพาไปขุดสมบัติ