กทม.ตั้งจุดสกัดโควิด-19 เรียกรถตรวจแล้วกว่า 23,000 คัน พบต่างด้าว 1,359 คน

กทม.ตั้งจุดสกัดโควิด-19 เรียกรถตรวจแล้วกว่า 23,000 คัน พบต่างด้าว 1,359 คน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 มกราคม นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ รองปลัด กทม. นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำจุดสกัดและคัดกรองบุคคลต่างด้าวก่อนเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนกาญจนาภิเษก (ฝั่งขาเข้า) เขตตลิ่งชัน และบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ถนนเพชรเกษม เขตหนองแขม ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เขตที่ กทม.มีการควบคุมสูงสุด

นางศิลปสวยเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีแนวโน้มสูงขึ้น กทม.จึงได้มีการจัดตั้งจุดสกัดและคัดกรองบุคคลต่างด้าวก่อนเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ โดยตั้งจุดคัดกรองบริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดใกล้เคียง เพื่อควบคุมและตรวจคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 14 จุด ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคมเป็นต้นมา

ปลัด กทม.กล่าวว่า การตั้งจุดตรวจโควิด-19 เป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง กทม. โดยสำนักงานเขตพื้นที่กับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น) โดย สน.ท้องที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อปพร. อาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัยต่างๆ เป็นต้น โดยเริ่มตั้งจุดสกัดวันแรก คือ วันที่ 20 ธันวาคม 2563 จนถึงวันที่ 2 มกราคม ทั้ง 14 จุดสกัด เจ้าหน้าที่ได้ทำการสุ่มตรวจรถโดยสารและรถที่มีการบรรทุกคนเข้าพื้นที่ทั้งหมด 23,789 คัน รวม 92,058 คน พบเป็นชาวต่างด้าว 1,359 คน ซึ่งในทุกจุดสกัด ได้มีการใช้ระบบคัดกรอง BKK COVID-19 และแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ”

“ขณะนี้ กทม.ได้มีการปิดโรงเรียนในสังกัด ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนหรือศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียนฝึกอาชีพ ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะมีการรวมตัวของคนจำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนร้านอาหารนั้น ยังไม่ได้มีการปิดร้านอาหาร ประชาชนยังสามารถนั่งรับประทานอาหารในร้านได้ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด รวมถึงตลาดสดยังเปิดอยู่ แต่ได้ขอให้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด ซึ่งในวันที่ 4 มกราคมนี้ กทม.จะมีการประชุมเพื่อหารือแนวทางดำเนินการต่อไป” นางศิลปสวยกล่าว

ทั้งนี้ ปลัด กทม.กล่าวว่า สำหรับเขตหนองแขมซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง นอกจากการขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชน และตรวจวัดไข้แล้ว ยังมีแนวทางการดำเนินการ 1.แรงงานต่างด้าวที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ เดินทางไปทำงานในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ให้ประสานนายจ้างมารับตัวกลับหรือนำตัวส่งจุดตรวจสมุทรสาคร 2.แรงงานต่างด้าวที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ไปส่งสินค้านอกพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ทำประวัติพร้อมแจ้งห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่กรุงเทพฯ 3.แรงงานต่างด้าวที่พักอาศัยในจังหวัดอื่นๆ ห้ามเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเด็ดขาด และ 4.แรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายหรือไม่มีเอกสารแสดงตนให้ส่งตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจุดสกัดหน้ามหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2563 เรียกตรวจรถ 6,517 คัน ตรวจประชาชน 54,101 คน พบชาวต่างด้าว 477 คน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon