จนท.อุทยานแห่งชาติทับลาน ซ้อนแผนหลังพบหมูป่าติดบ่วง จับหนุ่มใหญ่ ลอบดักสัตว์ 

 จนท.อุทยานแห่งชาติทับลาน ซ้อนแผนหลังพบหมูป่าติดบ่วง จับหนุ่มใหญ่ ลอบดักสัตว์ 

วันที่ 23​ มกราคม​  นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน​ เปิดเผยว่า​ เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา​ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ออกตรวจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด ท้องที่บริเวณป่าซับเม็ก หมู่ที่ 9 ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน พบหมูป่าติดอยู่ที่บ่วงกับดักสัตว์ประเภทลวดสลิง จำนวน 1 ตัว​ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการช่วยเหลือหมูป่าตัวดังกล่าวและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่ง จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุโดยละเอียด พบว่า มีบ่วงกับดักสัตว์ประเภทลวดสลิงติดตั้งอยู่ในพื้นที่โดยรอบ จำนวน 11 หลัง
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวว่า ภายหลังจากการปล่อยหมูป่าและตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ คณะเจ้าหน้าที่ จึงได้ทำการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ (Real time camera trap) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ NCAPS ไว้ในบริเวณดังกล่าว เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำความผิด จนกระทั้งในวันที่ 22 มกราคม 2564 เวลา 11.00 น.ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ NCAPS พบว่า มีบุคคลเข้าไปยังจุดที่พบบ่วงกับดักสัตว์ประเภทลวดสลิง​ จึงได้รุดเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ พบชายต้องสงสัย 1 ราย กำลังตรวจสอบดูบ่วงกับดักสัตว์ลวดสลิงดังกล่าว และพบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับที่กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ในระบบ NCAPS สามารถบันทึกภาพไว้ได้ จึงได้ควบคุมตัวผู้กระทำความผิดมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติทับลาน
“ทราบชื่อในภายหลังคือ นายอมร อายุ 51 ปี ชาวจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมของกลางที่สามารถตรวจยึดในที่เกิดเหตุ โดยของกลางประกอบด้วยบ่วงกับดักสัตว์ประเภทลวดสลิง จำนวน 11 หลัง​มีด จำนวน 1 เล่ม​ตะปู จำนวน 11 ดอก​ เชือก จำนวน 2 เส้นกระเป๋าสะพายข้าง (ย่ามผ้า) จำนวน 1 ใบจากการสอบถามนายอมร ผู้ถูกจับกุม ให้การยอมรับว่าบ่วงกับดักสัตว์ประเภทลวดสลิงที่ตรวจพบนั้นเป็นของตน โดยได้ขึ้นไปติดตั้งบ่วงฯในบริเวณดังกล่าวเมื่อประมาณ 1 เดือนที่แล้ว และได้เข้ามาดูบ่วงฯทุกๆ 3-4 วัน ซึ่งในวันที่ถูกจับกุมดังกล่าว ตนได้เข้ามาตรวจดูบ่วงฯที่ติดตั้งไว้ตามปกติ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้เสียก่อน เจ้าหน้าที่แล้วเห็นว่า การเข้าติดตั้งบ่วงกับดักสัตว์ประเภทลวดสลิง ในพื้นที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแก่งดินสอฯ นั้น ถือว่ามีเจตนาเพื่อล่าสัตว์ในเขตพื้นที่ดังกล่าว อันเป็นความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ตามมาตรา 19(3) 19(6) และ 19(7) มีโทษตาม มาตรา 43 , 44 , 45 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และมาตรา 14(1) มีโทษตาม มาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 เจ้าหน้าที่นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป”นายประวัติศาสตร์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บอล ธนวัฒน์’ งง ‘เราชนะ’ ไม่มีมือถือ ลงทะเบียนได้ แต่ก็ต้องใช้เงินผ่านแอพพ์บนมือถือ?
บทความถัดไปยัดห่วงเรียก 20 ขุนพลเข้าคัดเตรียมลัดฟ้าไปปินส์ลุยศึกเอเชียคัพ