‘อนุทิน’ ชี้ปกปิดไทม์ไลน์ผิดกม. เผย ‘ถูกประณามในสังคมน่าละอาย มากกว่าถูกดำเนินคดี’

‘อนุทิน’ ชี้ปกปิดไทม์ไลน์ผิดกม. เผย ‘ถูกประณามในสังคมน่าละอาย มากกว่าถูกดำเนินคดี’

เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 27 มกราคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโหนกระแสกรณีที่กลุ่มผู้ร่วมงานวันเกิดดีเจมะตูมปกปิดข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ผู้สอบสวนโรคถือว่ามีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ว่า ถ้าปกปิดแล้วพิสูจน์ได้ว่าให้การเท็จอาจจะไม่ได้โดนผิดกฏหมายควบคุมโควิด-19 แต่ผิดเรื่องให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายที่ 658 อาชีพเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งไม่ให้ข้อมูลบางช่วง พบติดเชื้อเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ต้องมาอยู่โรงพยาบาลและสอบสวนโรค ถ้าไม่บอกว่าไปไหนมา ถือว่าไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องดำเนินคดี

เมื่อถามว่า ผู้ป่วยดังกล่าวเป็นตำรวจด้วย นายอนุทินกล่าวว่า คนอย่างนี้ก็ต้องดูนิสัย ว่าทำไมถึงเบ่งใหญ่เบ่งโตไม่ให้ความร่วมมือ ที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือเพราะคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ นี่คือสิ่งที่เราต้องบอกไปทางผู้บังคับบัญชา ว่าไม่ให้ความร่วมมือเพราะคิดว่าตัวเองเป็นใหญ่เป็นโต เรื่องนี้ไม่ต้องถึงขั้นใช้กฎหมายโรคติดต่อแค่ให้การเท็จกับเจ้าพนักงานก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ป่วยรายที่ 647 ที่ระบุว่าเป็นนักร้องนักแสดงก็ไม่ให้ข้อมูลบางช่วงเวลาเช่นกัน นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าไม่บอกก็ผิดเหมือนกัน แต่ก็ต้องไปดูว่าทำไมก่อนหน้านี้ถึงบอกว่าไปไหนมา ซึ่งคนสอบสวนโรคก็มีวิธีการสอบสวนแต่อย่างที่เรียน ต้องให้ข้อมูลไทม์ไลน์ว่าไปไหนมาบ้าง ก่อนวันที่คอนเฟิร์มว่าติดเชื้อ ซึ่งทั้ง 2 คนนี้ไปงานเดียวกันมิใช่หรือ และช่วงเวลาที่ไม่บอกข้อมูลก็เท่ากัน ก็แสดงว่าต้องไปทำอะไร พี่ไม่อยากจะบอกและต้องไปสืบสวนมาให้ได้ ดูแล้วก็คงจะเตี๊ยมกัน

นายอนุทินกล่าวว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปสอบสวนเขาไม่เข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวว่าคุณไปทำอะไรมา เพียงสอบสวนเรื่องไม่ให้มีการแพร่ระบาด ไม่รับเรื่องส่วนตัว เราไม่รับทราบปัญหาส่วนตัวและถ้าเจ้าหน้าที่แอบเอาข้อมูลไปเผยแพร่และพิสูจน์ได้ เขาก็มีความผิด แต่แพทย์และบุคลากรที่สอบสวนโรคเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้ แต่เขาสนใจเรื่องการป้องกัน แต่ถ้าใครเอาเรื่องส่วนตัวออกมาก็จะเอาเรื่องด้วย ขอให้มั่นใจว่า แพทย์เขามีจรรยาบรรณอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของการจัดเลี้ยงเราไม่ได้ห้ามแต่ขอความร่วมมือในช่วงที่มีการแพร่ระบาด แต่ก็ต้องตรวจสอบด้วยว่าการจัดเลี้ยงที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ต้องดูว่าอยู่ในห้องนอนหรือโซนร้านอาหาร เพราะมีข้อกำหนดไว้ว่าห้ามเปิดเกิน 3 ทุ่ม และห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์ ถ้าจะผิดก็ผิดตรงนี้ ซึ่งเจ้าของกิจการก็ต้องโดนด้วย เพราะกฎหมายเขาห้ามขายเหล้าแต่ยังทำ ก็ต้องสอบสวนโรค เพราะมีคนที่ไปร่วมงานดังกล่าวด้วย และพยานว่าหลัง 3 ทุ่มแล้ว ยังอยู่ในงานกันหรือไม่ ซึ่งปัญหาโควิด-19 ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทั้งหมดเกิดจากคนที่ไม่เคารพกฎหมาย มักง่ายทำให้คนต้องเดือดร้อนและสังคมต้องช่วยกันประณามเพราะบางครั้ง การถูกประณามในสังคมเจ็บปวดหน้าละอายมากกว่าการเสียค่าปรับและถูกดำเนินคดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตกใจมาก พบทุ่นระเบิด 42 ลูก​ สภาพใช้งานได้ 100% เส้นทางลาดตระเวน​ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา​ 
บทความถัดไป‘สารัช-รัตนากร’ แย่งบอลในแดนคู่แข่งได้มากสุดของไทยลีก