สธ.ย้ำอีกรอบ ระวัง! ติดเชื้อในออฟฟิศ เตือนพวกไม่สวมหน้ากาก-ตั้งวงกินข้าว

สธ.ย้ำอีกรอบ ระวัง! ติดเชื้อในออฟฟิศ เตือนพวกไม่สวมหน้ากาก-ตั้งวงกินข้าว

วันนี้ (31 มกราคม 2564) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ว่า แผนที่ประเทศไทยภาพรวมระดับจังหวัด ถือว่าดีขึ้นมาก ในวันนี้พบผู้ติดเชื้อใหม่ใน 12 จังหวัด ส่วนใหญ่ควบคุมโรคได้ดีจากการใช้มาตรการสอบสวนโรคอย่างละเอียด เพื่อกักตัวผู้สัมผัสอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ พื้นที่สีขาว ไม่เคยมีผู้ติดเชื้อมาก่อน 14 จังหวัด สีเขียว ไม่มีผู้ติดเชื้อต่อเนื่องมากกว่า 7 วัน 42 จังหวัด สีเหลือง ไม่มีผู้ติดเชื้อใน 5-6 วัน 1 จังหวัด สีส้ม มีผู้ติดเชื้อใน 3-4 วัน 3 จังหวัด และ สีแดง มีผู้ติดเชื้อช่วง 1-3 วัน 17 จังหวัด โดยส่วนใหญ่จังหวัดเป็นสีเขียวและสีแดง หากมีการติดตามผู้สัมผัสได้ก็จะไม่แพร่ระบาดในชุมชน

นพ.โอภาสกล่าวว่า ในการระบาดรอบใหม่รวม 13,860 ราย ส่วนใหญ่อยู่ใน จ.สมุทรสาคร 10,368 ราย คิดเป็นร้อยละ 70 กรุงเทพมหานคร 756 ราย ชลบุรี 649 ราย แต่ในระยะหลังพบว่า ภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สถานการณ์ทั่วไปดีขึ้น แต่จะพบผู้ติดเชื้อประปราย 1-2 ราย ดังนั้น ที่ต้องจับตาดูคือ กรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการควบคุมพื้นที่จากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.

“ข้อมูลที่ผ่านมา จังหวัดต่างๆ ควบคุมได้ดีจึงปรับมาตรการต่างๆ 5 ระดับ คือ สีแดงเข้ม เหลือ 1 จังหวัด คือ สมุทรสาคร สีแดง คือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องควบคุมใกล้ชิด จังหวัดถัดไป คือ สีส้ม สีเหลือง และสีเขียวตามลำดับ ทั้งนี้ จังหวัดสีเขียวทำอะไรได้เหมือนปกติ ทุกอย่างเปิดหมด ขอเพียงประชาชนต้องใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ สวมหน้ากากอนามัย” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวว่า ต้องจับตาการระบาดในประเทศมาเลเซียอย่างใกล้ชิด เพราะมีการล็อกดาวน์ต่อเนื่อง ปล่อยผู้ต้องขังกลับประเทศต้นทาง โดยคนไทยก็กลับมาในช่องทางปกติ และเข้าสู่ระบบกักกันหลายราย ขณะเดียวกัน แรงงานไทยก็พยายามอยากกลับประเทศไทย หากเข้ามาถูกกฎหมายก็จะไม่เกิดปัญหา แต่น่าเสียใจที่มีบางกลุ่มลักลอบเข้ามาทางพรมแดนธรรมชาติ เช่น หญิงไทย อายุ 31 ปี อาชีพสถานบันเทิงในมาเลเซีย เมื่อวันที่ 14 มกราคม มีอาการป่วย ต่อมาวันที่ 27 มกราคม เดินทางเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติพร้อมเพื่อนอีก 2 คน ต่อมาโดยสารรถตู้จาก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มาถึง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 28 มกราคม เดินทางต่อมาถึงสถานีขนส่งหมอชิต กรุงเทพฯ และในวันที่ 29 มกราคม มีอาการป่วย จึงไปตรวจที่โรงพยาบาล (รพ.) ผลตรวจพบเชื้อโควิด-19

“เราพยายามสื่อสารกับคนไทย หากจะเข้ามาโดยถูกกฎหมาย เราก็จะมีสถานกักกันโรค ดูแลท่านจนหายป่วย เพราะหากเข้ามาแล้วเกิดโรค ก็ต้องไป รพ.อยู่ดี ก็ตรวจจับจนได้ นอกจากรักษาแล้วก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ที่มีตัวอย่างให้เห็นหลายรายแล้ว” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวต่อไปว่า กรณีผู้ติดเชื้อ จ.สมุทรปราการ พบรายแรก เป็นหญิงเมียนมา อายุ 19 ปี อาชีพพนักงานบริษัท ใช้เวลาพอสมควรในการสอบสวนย้อนหลังเพื่อหาไทม์ไลน์ ดังนั้น บางครั้งอาจเปลี่ยนไปมาได้ตามหลักฐานจริง ผู้ติดเชื้อรายนี้เกี่ยวข้อง 2 เหตุการณ์ คือ 1.บริษัทที่ทำงาน มีผู้สัมผัสโรค 281 ราย พบการติดเชื้อ 18 ราย เป็นเมียนมา 15 ราย คนไทย 2 ราย และกัมพูชา 1 ราย หลังจากนั้น จึงไปติดตามในชุมชน คือ 2.ตลาดโต้รุ้งสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้ออีก 2 ราย โดยวันนี้จะต้องลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกอีกครั้ง เนื่องจากมีคนอยู่แออัดรวมกว่า 1,200 คน หากตรวจพบเชื้อก็ไม่ใช่เรื่องกังวล เพราะทุกรายอยู่ในระหว่างการกักกันโรคแล้ว แต่ภาพรวมถือว่าดำเนินการได้ดี ควบคุมได้รวดเร็ว

“ประสบการณ์สอบสวนโรคพบว่า จุดเสี่ยงในการติดเชื้อหลักๆ คือ 1.ติดเชื้อในที่ทำงาน 2.จุดสำคัญที่เราทราบมาตลอดคือ เวลาที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่เว้นระยะห่าง เช่น ห้องน้ำ สถานที่รับประทานอาหารร่วมกัน จึงต้องเน้นย้ำในเรื่องนี้” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวอีกว่า ขณะนี้พบว่าประชาชนใช้ข้อมูลโหลดแอพพลิเคชั่นหมอชนะลดลง จาก 6.8 ล้านคน เหลือ 6.7 ล้านคน ซึ่งขอย้ำว่าแอพพ์หมอชนะ จะทำให้การสอบสวนโรคง่ายยิ่งขึ้น แต่หากไม่โหลด หรือลบออก ก็จะทำให้การควบคุมโรคลำบากมากยิ่งขึ้น ก็ต้องขอความร่วมมือประชาชน โดยตัวอย่างการสอบสวนโรคจากแอพพ์หมอชนะ เมื่อวันที่ 29 มกราคม มีกรณีผู้ติดเชื้อที่ จ.จันทบุรี ซึ่งสามารถแจ้งประชาชนผ่านแอพพ์หมอชนะได้ถึง 4,760 ราย ทำให้การควบคุมโรคเกิดความสะดวกและรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ศบค.จะมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ค่อนข้างมาก

“ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องเครียดเกินไป แต่ให้สวมหน้ากากอนามัยทุกคน ไปทำงานก็คุยกับเพื่อนผ่านหน้ากากอนามัยได้ รับประทานข้าวก็เว้นระยะห่าง ส่งลูกไปโรงเรียนได้ ส่วนคนที่กังวลว่าจะส่งลูกไปโรงเรียนได้หรือไม่นั้น ที่ผ่านมา พบเหตุการณ์ระบาดในโรงเรียนน้อยมาก แต่มีความเป็นไปได้ แม้เด็กโอกาสติดเชื้อน้อยแต่สามารถแพร่เชื้อได้ ดังนั้น จึงเป็นจุดที่ต้องระมัดระวัง ขอย้ำว่าหลัง 1 กุมภาพันธ์ สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ต้องระมัดระวังและเข้มงวด โดยต้องสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง และล้างมือบ่อยๆ ซึ่งจะทำให้เราปลอดภัยมากยิ่งขึ้น หากไปสถานบันเทิง ให้เลือกสถานบันเทิงที่พนักงานสวมหน้ากากอนามัย และอากาศถ่ายเทได้สะดวก” นพ.โอภาสกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าพนักงานที่ศูนย์การค้าชื่อดังติดโควิด-19 แต่เมื่อตรวจกลับไม่พบเชื้อ แต่กลับพบไทม์ไลน์ว่ามีพนักงานของศูนย์การค้าแห่งนี้ติดโควิด-19 ด้วย นพ.โอภาสกล่าวว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลายวันแล้ว ติดเชื้อจากการมีกิจกรรมงานเลี้ยงกันในกลุ่ม พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 7 ราย ถือว่าควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ส่วนไทม์ไลน์ที่ออกมาคือ การทำในรายละเอียด ดังนั้นถือเป็นกรณีเดิม ไม่ได้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม และศูนย์การค้าและร้านค้าได้ดำเนินการมาตรการตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค และ สธ.เรียบร้อยแล้ว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon