อธิบดี ดื่มโชว์ ‘บาดาลโซดา’ เผยเป็นแห่งแรกของไทย น้ำมีแร่ธาตุดีกว่าน้ำแร่นอก (ชมคลิป)

อธิบดีดื่มโชว์ ‘บาดาลโซดา’ เผยเป็นแห่งแรกของไทยมีแร่ธาตุดีกว่าน้ำแร่นอก เร่งขุดเจาะอีก 3 บ่อ คาด 14 วันแล้วเสร็จ น้ำ 6 บ่อ ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านลบ.ม./ปี ช่วยแก้แล้ง

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล(ทบ.) นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) แถลงข่าวการค้นพบแหล่งน้ำบาดาลใหม่ในพื้นที่แล้งซ้ำซาก ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี

นายศักดิ์ดา กล่าวว่า แหล่งน้ำบาดาลที่ห้วยกระเจา ซึ่งมีรสชาติคล้ายโซดา นับเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ปัจจุบันน้ำมีราคาแพงกว่าน้ำมัน แม้อยู่ในกรุงเทพฯ แต่บางครั้งก็ต้องใช้น้ำประปาที่มีรสเค็ม น้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพ และพบว่าทวีความรุนแรงในปัญหาภัยแล้ง โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำรวจแหล่งน้ำใต้ดิน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ขณะที่ภาคกลางพบถัยแล้งเป็นบางพื้นที่ เช่น อ.ห้วยกระเจา อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ที่เผชิญภัยแล้งมานานนับสิบปี ประกอบกับการต้องการของประชาชนในการใช้น้ำ กรมฯน้ำบาดาลจึงสำรวจและขุดเจาะน้ำบาดาลรวม 3 บ่อ ในพื้นที่ห้วยกระเจา

 

ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์

นายศักดิ์ดา กล่าวอีกว่า บ่อที่ 1 เจาะลึก 280 ม. ปริมาณน้ำ 30 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)/ชม. แต่ไม่มีน้ำพุ บ่อที่ 2 ลึก 304 ม. ปริมาณน้ำ 30-50 ลบ.ม./ชม. น้ำพุพุ่งสูงประมาณ 6 ม. และบ่อที่ 3 ลึก 224 ม. ปริมาณน้ำ 30-50 ลบ.ม./ชม. น้ำพุพุ่งสูงประมาณ 3 ม. ซึ่งขณะนี้ผลการตรวจสอบและวิเคราะห์น้ำบาดาลออกมาแล้ว ปรากฏว่า บ่อน้ำบาดาลที่บ้านทุ่งคูณ บ่อที่ 1 และบ่อที่ 2 น้ำบาดาลมีไบคาร์บอเนตสูง 2,420 มิลลิกรัม(มก.)ต่อลิตร และ 1,870 มก./ลิตร ฟลูออไรด์สูงเล็กน้อย 1.4 มก./ลิตร และ 1.1 มก./ลิตร และมีเหล็กสูง 10 มก./ลิตร และ 28 มก./ลิตร ตามลำดับ และไม่มีสารพิษในน้ำ

“ส่วนกระแสข่าวที่กลัวว่าน้ำจะกินไม่ได้นั้น ผมได้ลงพื้นที่ไปตรวจเอง กรมฯน้ำบาดาลเก็บน้ำมาตรวจ พบว่าคุณภาพน้ำมีแร่ธาตุมากกว่าน้ำแร่ที่จำหน่ายในท้องตลาด ดีกว่าน้ำแร่จากเยอรมันที่มีราคาสูงถึง 3,000 บาท แต่บางคนมาวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งต้องบอกว่าคุณภาพน้ำเป็นเรื่องของหลักวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบได้ อย่าวิจารณ์โดยไม่ใช้วิทยาศาสตร์มาอ้างอิง ไม่เช่นนั้นกรมฯทรัพยาบาดาลก็จะเสียชื่อเสียง” นายศักดิ์ดา กล่าว

 

นายศักดิ์ดา ระบุอีกว่า อย่างไรก็ตามน้ำบาดาลทุกแห่ง หรือบริษัทที่ผลิตน้ำแร่ทั้งในไทยและต่างประเทศ เมื่อขุดเจอน้ำบาดาลแล้วต้องนำมาผ่านเครื่องกรองเหมือนกันหมด เนื่องจากมีแร่ธาตุบางตัวที่ต้องนำออกกินมากไปก็มีโทษต่อร่างกาย แต่แร่ธาตุบางตัวร่างกายก็สามารถขับออกเองได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามกรมฯเตรียมประกาศเขตอนุรักษ์บาดาล โดยใช้กฎหมายพ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 คุ้มครองพื้นที่รอบๆ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ และแก้ปัญหาการลักลอบขุดเจาะน้ำบาดาลด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าราคาที่ดินบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงเริ่มราคาพุ่งสูงขึ้น เพราะเป็นพื้นที่ที่มีน้ำ ที่สำคัญการขุดเจาะน้ำบาดาลครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หลังจากมีความพยายามที่จะผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ ระยะทางกว่า 80 กิโลเมตร

อธิบดีกรมฯน้ำบาดาล ระบุต่อว่า ส่วนข้อพิพาทเรื่องที่ดินนั้น เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวคาบเกี่ยวระหว่าง 2 อำเภอ คือ อ.ห้วยกระเจา และบ่อพลอย ขณะที่เราไปสำรวจมีเจ้าหน้าที่อ.ห้วยกระเจา พาไป เมื่อค้นพบบาดาลน้ำพุทางอ.บ่อพลอยแจ้งว่าอยู่ในพื้นที่อ.บ่อพลอย ซึ่งกรมฯน้ำบาดาล มีวัตถุประสงค์ที่จะขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์อยู่แล้ว คาดว่าในระดับจังหวัด และอำเภอ น่าจะหารือกันเองได้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากน้ำบาดาลอย่างทั่วถึง

“โดยกรมฯน้ำบาดาล กำลังเร่งขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มอีก 3 บ่อ ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว คาดว่า 14 วันจะแล้วเสร็จ หากขุดเจาะบ่อบาดาลตามแผนจำนวน 6 บ่อ จะได้ปริมาณน้ำที่ใช้ประโยชน์ได้ 1 ล้านลบ.ม./ชม. สามารถช่วยประชาชนต.ห้วยกระเจา 9 หมู่บ้าน ประชากร 5,000 คน พื้นที่เกษตร 5,000 ไร่ ซึ่งจะพัฒนาให้เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลอีกด้วย” อธิบดีกรมฯน้ำบาดาล

ด้านนายเกรียงศักดิ์ ภิระไร ผอ.สำนักสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาล เผยว่า ส่วนลักษณะการเกิดน้ำพุโซดาห้วยกระเจา เนื่องจากพื้นที่รองรับด้วยหินแปร ยุคไซลูเรียน-ดิโวเนียน ที่มีรอยแตกกักเก็บน้ำบาดาล วางตัวต่อเนื่องกับหินแกรนิตที่มีความร้อนสูงที่เป็นตัวทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น (อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส) นอกจากนี้ยังมีหินปูนยุคออร์โดวิเชียน ซึ่งเมื่อหินปูนโดนความร้อนก็จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ออกมาสะสมในน้ำ ประกอบกับแรงดันน้ำบาดาลในพื้นที่มีค่าสูงกว่าระดับภูมิประเทศทำให้เกิดลักษณะ น้ำพุซ่าคล้ายโซดา เกิดขึ้น

การแถลงข่าวครั้งนี้มีการนำตัวอย่างน้ำบาดาลโซดา โดยให้นักวิทยาศาสตร์ของกรมฯ น้ำบาดาลทดลองกรองน้ำบาดาลจากบ่อน้ำบาดาลที่เก็บมาจากพื้นที่ ซึ่งมีสีเหลืองขุ่นเพื่อกรองเอาสารละลายเหล็กออก และให้อธิบดีได้ทดลองดื่มน้ำที่ผ่านการกรองแล้ว น้ำดังกล่าวมีความใสสะอาดขึ้น แต่ยังคงรสหวานนิดๆ และไม่มีกลิ่นสนิมเหล็กแต่อย่างใด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปิดเทอมนี้เรียนโคดดิ้งฟรี ! กับซัมซุง ในโครงการ Samsung Innovation Campus
บทความถัดไปกลุ่มดุสิตธานีรุกตลาดจีนต่อเนื่อง จ่อเปิดโรงแรมเแห่งที่ 11 เตรียมเปิดเพิ่มอีก 3 แห่งในปีนี้ มั่นใจการเติบโต