กพร.เผยหนุน 276 สถานประกอบการ สู้โควิด-19 ยอดกว่า 6 ล้านบาท 

กพร.เผยหนุน 276 สถานประกอบการ สู้โควิด-19 ยอดกว่า 6 ล้านบาท 

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายธวัช เบญจาทิกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน ภายใต้การนำของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ กพร.ดำเนินการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2557 ออกมาตรการจูงใจให้สถานประกอบกิจการดำเนินการจัดฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างของตนเองให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด และมาตรการจูงใจอีกหลายกรณีในช่วงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลให้มีสถานประกอบกิจการได้เงินช่วยเหลืออุดหนุนดังกล่าวไปแล้วกว่า 276 แห่ง เป็นเงินกว่า 6 ล้านบาท (ณ สิ้นเดือนมกราคม 2564)

อธิบดี กพร. กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2564 กพร.ได้จัดสรรเงินงบประมาณ จำนวน 34 ล้านบาท จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับจ่ายเป็นเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนให้แก่ สถานประกอบกิจการในหลายกรณี เพื่อส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการมีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพลูกจ้างของตนเองให้มากขึ้น ปัจจุบันมีสถานประกอบกิจการ ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ ได้รับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนดังกล่าวแล้วจำนวนทั้งสิ้น 276 แห่ง เป็นเงิน 6,332,194.95 บาท โดยจำนวนเงินที่จ่ายไปเป็นเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนให้แก่ สถานประกอบกิจการที่จัดฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างเกินกว่าร้อยละ 70 มากที่สุด รองลงมาเป็นการจ่ายเงินให้แก่ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง และผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ตามลำดับ

“การจ่ายเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนดังกล่าว มีหลายกรณี อาทิ สถานประกอบกิจการที่จัดฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างเกินกว่าร้อยละ 70 ของลูกจ้างทั้งหมด จะได้รับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนส่วนที่เกินนั้น 200 บาทต่อคน หรือกรณีที่ส่งลูกจ้างเข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เมื่อผ่านการทดสอบแล้ว สถานประกอบการจ่ายค่าจ้างในอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุน 1,000 บาทต่อคน แต่ไม่เกินปีละ 100,000 บาท อีกกรณีคือ สถานประกอบการจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานของตนเอง แล้วนำไปใช้ในการทดสอบลูกจ้างของตนเอง มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนสาขาละ 10,000 บาท” นายธวัช กล่าว

นอกจากนี้ นายธวัช กล่าวว่า เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนที่ได้จ่ายให้สถานประกอบการนั้น สามารถช่วยสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อนำไปใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจในช่วงวิกฤตนี้ ดังนั้น สถานประกอบการที่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว สามารถติดต่อขอรับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนได้ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ ที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 หรือกองส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน 0 2643 6039 หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.dsd.go.th/sdpaa

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon