สธ.เปิดวอร์รูม ยกระดับปฏิบัติการแก้ปัญหาฝุ่นจิ๋ว-หมอควันพื้นที่เหนือ-อีสาน 

สธ.เปิดวอร์รูม ยกระดับปฏิบัติการแก้ปัญหาฝุ่นจิ๋ว-หมอควันพื้นที่เหนือ-อีสาน 

วันนี้ (9 มีนาคม 2564) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมทางไกลศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็กและหมอกควัน ว่า สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ภาคเหนือและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะ 6 จังหวัดที่อยู่ในขั้นวิกฤต (สีแดง) อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ คือ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา และตาก ซึ่งสาเหตุมาจากการเผาพื้นที่เกษตร ไฟป่าในประเทศ สภาพอากาศ และหมอกควันข้ามแดน โดยเฉพาะในวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา พบค่า PM2.5 สูงสุดถึง 325 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ที่ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า การเฝ้าระวังตนเองของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง (อนามัยโพล) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 1 – 8 มีนาคม 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์ PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ในภาพรวมมีอาการถึงร้อยละ 39.49 ส่วนใหญ่มีอาการแสบจมูกร้อยละ 19.32 คัดจมูก มีน้ำมูกร้อยละ 18.90 และอาการระคายเคืองตา ร้อยละ 15.54 และกลุ่มอายุ 45 – 54 ปี เป็นกลุ่มที่มีอาการมากที่สุด ดังนั้น ก่อนออกนอกบ้านทุกครั้ง ขอให้ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ทางเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และแอพพลิเคชั่น Air4thai หรือติดตามข่าวสาร ด้านสุขภาพและมลพิษทางอากาศ ทางเพจ “คนรักอนามัย ใส่ใจอากาศ PM2.5” และควรสวมหน้ากากป้องกันทุกครั้ง

ทั้งนี้ นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า จากสถานการณ์ความรุนแรงข้างต้น สธ.ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็กและหมอกควันระดับกระทรวงขึ้น โดยได้จัดการประชุมทางไกล (Web conference) ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อยกระดับมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยมีข้อสั่งการ

1.เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขในระดับจังหวัดและเขตสุขภาพ เพื่อยกระดับการปฏิบัติการและบูรณาการการจัดการแก้ไขปัญหาในพื้นที่

2.เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และสื่อสาร แจ้งเตือนความเสี่ยงและวิธีการปฏิบัติตน การดูแลสุขภาพแก่ประชาชน

3.เฝ้าระวังการเจ็บป่วยใน 4 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบผิวหนัง และระบบตา รวมทั้งให้รายงานผู้ป่วยที่มารับการรักษาในสถานพยาบาลทุกวัน หรือหากมีผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินมากกว่าปกติให้รายงานทันที

4.การดูแลและป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยให้ทีมหมอประจำตัว (3 หมอ) ได้แก่ หมอประจำบ้าน คือ อสม. หมอสาธารณสุข คือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขพยาบาลระดับตำบล และ หมอครอบครัว ลงพื้นที่ ออกเยี่ยมบ้าน ให้การดูแลสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะ 4 กลุ่มเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคหอบหืด ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงและเด็กเล็ก เตรียมความพร้อมของสถานพยาบาล เตรียมสำรองยา เวชภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทย์ให้มีความพร้อมเปิดคลินิกมลพิษในสถานบริการสาธารณสุข และสนับสนุนหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชน

5.ประสานงานการปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสังกัด สธ.ในพื้นที่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งการลดแหล่งกำเนิดมลพิษ การสื่อสารและการปกป้อง ดูแลประชาชน จนกว่าสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก จะกลับสู่ภาวะปกติ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พบร่างอดีตแข้งบียาร์รีล 2 วันหลังจมหายขณะว่ายน้ำเล่นฉลองวันเกิด
บทความถัดไป“LPN Wisdom” เผย 3 แทรนด์ออกแบบที่อยู่อาศัยมาแรงปี 64