‘ปกากะญอก็มีหัวใจ เราคือคน’ ถ้อยแถลงชาวบางกลอย วันเข้ามอบตัว ‘บุกรุกบ้านตัวเอง’

‘ปกากะญอก็มีหัวใจ เราคือคน’ ถ้อยแถลงชาวบางกลอย วันเข้ามอบตัว ‘บุกรุกบ้านตัวเอง’

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พี่น้องบางกลอย จำนวน 7 คน เข้ามอบตัวตามหมายจับที่ สภ.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังจากเดินทางกลับบ้าน บางกลอยบน-ใจแผ่นดิน ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ชาวบ้านจำนวน 22 คน ถูกขังในเรือนจำ โกนหัวและปล่อยตัวออกมา ก่อนออกหมายจับเพิ่มอีก 7 คน ในข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยาน

ภาคีเซฟบางกลอยระบุว่า ก่อนทั้งหมดจะเข้ามอบตัว ชาวบ้านทั้ง 7 คนจะเข้าพิธี “กี่จี๊” โดยปู่นอแอะเพื่อรับขวัญ อ่านแถลงการณ์ย้ำความบริสุทธิ์ใจและแสดงจุดยืน พร้อมด้วยกิจกรรมการให้กำลังใจโดยภาคีเซฟบางกลอย

ต่อมา ภาคีเซฟบางกลอย ได้เผยแพร่ ถ้อยแถลงจากบางกลอย-ใจแผ่นดิน ในวันที่พวกเราทั้ง 7 คนกำลังจะเข้ามอบตัวในข้อหา “บุกรุกบ้านตัวเอง” โดยระบุว่า ​พวกเราคือชาวกะเหรี่ยงปกากะญอบ้านบางกลอยและใจแผ่นดิน จ.เพชรบุรี จำนวนรวม 7 คน จากทั้งหมด 30 คน ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกแผ้วถางพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

หลังจากพวกเราจำนวน 36 ครอบครัว ตัดสินใจเดินเท้ากลับไปยังผืนดินบรรพบุรุษ จากผืนดินบางกลอยล่างที่รัฐบังคับอพยพโยกย้ายแล้วปล่อยให้เราต้องเผชิญชะตากรรมลำพัง ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา เรามิอาจทนต่อการถูกกดขี่ได้อีก

​บรรพบุรุษของพวกเราได้ลงหลักปักฐานอยู่ที่ “เกอะเจอะคุ” หรือ “ใจแผ่นดิน” และ “บางกลอยบน” หรือ “คลี้ลอ” มาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วอายุคน หรือมากกว่า 109 ปีแล้ว ตามหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหารเมื่อปี 2455 พวกเรายังจำความรู้สึก ณ ช่วงเวลาก่อนถูกอพยพได้

พวกเราจำได้ว่า “เดปอถู่” หรือ “ต้นสะดือ” ของพวกเราตั้งตระหง่านผ่านกาลเวลาอยู่บริเวณไหน ศพของบรรพชนศพแล้วศพเล่าถูกฝังอยู่ที่ไหน ภาพ “คึฉึ่ย” หรือ “ไร่หมุนเวียน” ของบรรพบุรุษเรายังคงอยู่ในความทรงจำ เราอยู่ที่นั่นมาก่อนการประกาศใช้กฎหมายป่าไม้ทุกฉบับ และป่ายังคงอุดมสมบูรณ์ เพราะเรามิใช่เพียงผู้ใช้ประโยชน์ แต่เราคือผู้ดูแลรักษาด้วยภูมิปัญญาที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน นี่เป็นเพียงบางส่วนที่ยืนยันได้ว่าเรามีความชอบธรรมขนาดไหนที่จะกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอนของเรา

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เราพยายามหวนคืนบางกลอย-ใจแผ่นดิน พวกเรากลับถูกกระทำย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งจากมาตรการการกดดันให้พวกเราต้องกลับลงมา โดยการใช้ “ยุทธการพิทักษ์ป่าต้นน้ำเพชร” รวมถึงการดำเนินคดีกับพวกเรา และการพยายามกล่าวหาว่าพวกเราไม่ใช่คนไทย ว่าพวกเราตัดไม้ทำลายป่า ค้ายาเสพติด จนถึงวันนี้พวกเรา 30 คนถูกดำเนินคดี ชาวบ้าน 85 คนถูกกวาดต้อนลงมา

นี่คือการพยายามอพยพพวกเราระลอกที่ 3 ในระยะเวลา 25 ปี พวกเราพยายามอย่างมากที่จะออกมาส่งเสียง ออกมาเรียกร้อง จนเกิดกระบวนการการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาล โดยล่าสุดก็ได้มีการแต่งตั้ง “คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน การพัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี” ที่ลงนามแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการดำเนินงานแก้ไขปัญหา

พวกเรารู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งว่าชีวิตที่เหลือจากนี้จะปราศจากการคุกคาม และเราจะยังได้หวนคืนสู่ “เป๋อ มู เป๋อ ปา อะ ทิ อ่า ก้อ อ่า หิ อ่า ค้อ อ่าตะ อุ ล่อ ซู้ ลอ” หรือ “บ้านเกิดเมืองนอนของพ่อแม่” เราโดยเร็ววัน

​พวกเราคือมนุษย์ เรามีเลือดมีเนื้อ มีชีวิตเหมือนพวกคุณทุกคน พวกเราอยากจะมีบ้านให้กลับ มีที่อยู่อาศัย มีที่ทำกิน มีผืนป่าผืนดินที่ช่วยหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณเฉกเช่นมนุษย์ทุกคน พวกเราอยู่กับป่า ดูแลรักษาจนอุดมสมบูรณ์ แต่วันหนึ่งผืนป่านี้ถูกแย่งชิงและประกาศเป็นพื้นที่อุทยานทับหมู่บ้านและพื้นที่ไร่หมุนเวียน

พวกเราต้องพลัดพรากจากผืนดินถิ่นกำเนิด ถูกโยกย้าย ผลักไส ขับไล่ให้ลงมาอยู่ข้างล่าง บ้านที่เราเคยอยู่ ไร่ที่เราเคยทำ ยุ้งฉางที่เราเคยใช้เก็บข้าวถูกเผา สองชีวิตต้องสิ้นสูญจากการลุกขึ้นมาต่อสู้ มาถึงวันนี้พวกเรายังถูกออกหมายจับอย่างไม่เป็นธรรม พวกท่านแน่ใจจริงๆ หรือว่าสิ่งที่ท่านกำลังปฏิบัติอยู่นี้กำลังกระทำกับมนุษย์ด้วยกัน ถึงแม้ชาติพันธุ์เราจะต่าง แต่พวกเรานั้นล้วนคือคน

​พวกเราไม่ผิด จะมาจับเราทำไม เพียงแค่เราจะกลับบ้าน จำต้องติดคุกด้วยหรือ

 

ภาพโดย ธัชพงศ์ แกดำ

วันนี้ เรามามอบตัวที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอแก่งกระจานเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเราไม่คิดหลบหนี เรามาที่นี่เพื่อยืนยันว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด ที่ตรงนั้นคือบ้านของเรา ไม่ควรมีใครควรต้องได้รับโทษโทษรุนแรงเพียงเพราะอยากจะกลับไปอาศัยและทำกินอยู่ที่บ้านของตนเอง เราขอเรียกร้องว่าให้ปล่อยตัวพวกเรา เพื่อเปิดโอกาสให้คณะกรรมการฯ ที่ตั้งขึ้นแล้วได้ทำงานแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มที่ คืนสิทธิ์ คืนศักดิ์ศรี คืนความเป็นมนุษย์ที่พวกเราถูกพรากกลับคืนสู่พวกเราเสียที

ขอจงปล่อยตัวพวกเรา อย่าพันธนาการคุมขังพวกเราไว้ ทั้งๆ ที่พวกคุณก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเรามีความชอบธรรมเพียงใด

สุดท้ายนี้ พวกเราขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่คอยติดตามความเป็นไปของพวกเรา ร่วมกันส่งเสียง ให้ความช่วยเหลือ และพยายามเปิดใจกว้างเพื่อทำความเข้าใจว่าคนนั้นอยู่กับป่าได้ คนไม่จำเป็นต้องถูกแยกออกจากป่า

พวกเราสัมผัสได้ถึงทุกกำลังใจ สิ่งที่เราจะตอบแทนได้ต่อจากนี้คือการยืนหยัดต่อสู้ให้ถึงที่สุด พวกเราขอยืนยันว่าจะดำรงชีวิตร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล จะดูแลรักษาป่า ปกป้องต้นน้ำลำธารดังที่บรรพชนของเราทำมาตลอด เพราะบางกลอย-ใจแผ่นดินคือบ้านเกิดเมืองนอน คือชีวิต คือจิตวิญญาณของพวกเรา ที่พวกเราจะต้องดูแลรักษา ประหนึ่งดูแลรักษาจิตวิญญาณของพวกเราเอง ในช่วงชีวิตนี้ ที่นั่นจะเป็นที่ที่ฝังร่างและจิตวิญญาณของพวกเราเคียงคู่บรรพชน ในฐานะลูกหลานคนบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน

สักวันหากเราได้หวนคืน เราและผองเพื่อนผู้ร่วมทางจะไปกินข้าวที่ใจแผ่นดินด้วยกัน

ปว่าเก่อญอ ออ ด่อ ต่อ อุ เด่อ อ่า สะ
ปกาเกอะญอก็มีหัวใจ พวกเราคือคน

ด้าน นายธัชพงศ์ แกดำ หรือบอย YPD ระบุว่า หากวันนี้ชาวบ้านบางกลอยไม่ได้รับการประกันตัว เตรียมลุยสถานที่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

“คนบางกลอยไม่ได้ทำผิดอะไร คุณจะรู้สึกอย่างไรถ้าต้องถูกจับในบ้านของตัวเอง คุณจะรู้สึกอย่างไรถ้าบ้านที่คุณอยู่มาตั้งแต่เกิดถูกรัฐบอกว่า เป็นความผิด”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ ลงนามเปลี่ยนตัววิปรัฐบาล เด้ง ‘มาดามเดียร์’ พ้นตำแหน่ง
บทความถัดไป“ธนกร” เผย ”อนุชา” สั่ง สคบ.ตรวจสอบเพจอ้างเปิดให้จองวัคซีนโควิด ล็อตพิเศษ ชี้เข้าข่ายหลอกลวงปชช.