กรมอนามัย-ทีเส็บ จับมือ 23 ภาคีเครือข่าย เอ็มโอยู เปิด 10 เมืองนำร่อง จัดงานไมซ์

กรมอนามัย-ทีเส็บ จับมือ 23 ภาคีเครือข่าย เอ็มโอยู เปิด 10 เมืองนำร่อง จัดงานไมซ์

วันนี้ (1 เมษายน 2564 ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน ที่โรงแรมรามา การ์เด้นท์ โดยมีตัวแทนกรมอนามัย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ภาคีเครือข่าย 23 หน่วยงาน เข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่า สธ. และทีเส็บ ร่วมกับหน่วยงาน 23 ภาคีเครือข่าย อาทิ กรมการท่องเที่ยว กรมการขนส่งทางบก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หอการค้าไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) สมาคมโรงแรมไทย เป็นต้น ได้ลงนามเอ็มโอยูเปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการจัดงานกลุ่มการจัดประชุมและนิทรรศการ การเดินทางและการท่องเที่ยวในเมืองอย่างปลอดภัย ด้วยมาตรฐานด้านสุขอนามัยในสถานประกอบการและกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานระบบบริการและสถานประกอบการต่าง ๆ ใน 10 เมืองไมซ์ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น เชียงใหม่ นครราชสีมา พิษณุโลก ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี อุดรธานี และเมืองพัทยา

“เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดให้เชื้อโรคอยู่ในวงจำกัด ทำให้รัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนคลายในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งวางแนวทาง ลดจำนวนวันกักตัวของนักท่องเที่ยวกรณีที่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือตรวจเชื้อก่อนเข้าประเทศ ซึ่งในส่วนของ ประเทศไทยขณะนี้ได้ทยอยฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อลดความรุนแรงของโรค ทั้งการเจ็บป่วยและเสียชีวิต โดย สธ.ตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) ของประชากรไทยภายในสิ้นปีนี้ ควบคู่กับยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยของสถานประกอบการ และสุขอนามัยส่วนบุคคลของประชาชน เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยก้าวเดินต่อไป” นายอนุทิน กล่าว

ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การเปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์ฯ เป็นการผนึกความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ กับมาตรการด้านสาธารณสุข โดยเน้นการขับเคลื่อนมาตรฐานด้านสุขอนามัยสำหรับสถานประกอบการและกิจกรรมต่างๆ พร้อมกับได้ร่วมกันจัดทำแนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับโครงการฯ เพื่อเป็นแนวทางของพื้นที่ในการดำเนินการ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจถึงความปลอดภัย โดยจากผลการประเมินตนเองของสถานประกอบกิจการของแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus พบว่า สถานประกอบกิจการที่ผ่านการประเมินสูงสุด ได้แก่ ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม ร้อยละ 100 โรงแรม ร้อยละ 99.1 และ ห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 97.8 ชี้ให้เห็นถึงความพร้อมในการให้ความร่วมมือจากสถานประกอบกิจการ

“กรมอนามัยขอความร่วมมือสถานประกอบการ กิจการประเภทต่างๆ เข้าร่วมประเมินตนเองเพิ่มมากขึ้น สำหรับประชาชนและผู้ที่เข้าร่วมในสถานที่ประชุม สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สาธารณะต่างๆ ขอให้ปฏิบัติตนตามมาตรการของ สธ.อย่างเคร่งครัดด้วยการเช็กอิน และ เช็ก เอาท์ ผ่านแอพพลิเคชั่น ไทยชนะ เว้นระยะระหว่างกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น สวมหน้ากากตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและหมั่นสังเกตตนเอง หากพบว่ามีไข้ ไอ จาม จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้งดทำกิจกรรมและไปพบแพทย์” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า ในระยะแรกจะเริ่มขับเคลื่อนใน 10 เมืองไมซ์ ก่อน ซึ่งเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการจัดงาน แล้วจึงขยายผลไปยังเมืองอื่นๆ ในระยะต่อไป โดยใช้มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย หรือ Thailand MICE Venue Standards (TMVS) ร่วมกับแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ หรือ MICE New Normal สำหรับสถานที่จัดงาน ผู้จัดงาน ผู้ร่วมงาน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สร้างมาตรฐาน และความมั่นใจในการจัดงานไมซ์ได้อย่างปลอดภัย พร้อมกันนี้ ทีเส็บยังได้เตรียมจัดโรดโชว์ไปยังเมืองไมซ์ในภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้ความรู้แนวทางปฏิบัติการป้องกันโควิด-19 พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ และสร้างความร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ ระหว่างหน่วยงานในพื้นที่นั้นๆ ให้เกิดความเชื่อมั่นในการจัดงาน โดยมีกำหนดไปจัดที่ภูเก็ต อุดรธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ พัทยา และกรุงเทพฯ ในเดือนเมษายนนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทนายเผย ซูจีและคนใกล้ชิดอีก 4 คน โดนข้อหาเพิ่ม ละเมิดกม.ความลับทางราชการ 
บทความถัดไปหาชมยาก ภาพถ่าย ของใช้ส่วนพระองค์ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ในนิทรรศการ ‘รัตนแห่งจุฬาฯ’