สธ.ยันวัคซีนโควิดไทยไม่ช้า-ไม่ตกขบวนโคแวกซ์ ลุยฉีดแอสตร้าฯ พ.ค.นี้

สธ.ยันวัคซีนโควิดไทยไม่ช้า-ไม่ตกขบวนโคแวกซ์ ลุยฉีดแอสตร้าฯ พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงรายงานสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย ว่า สถานการณ์ผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทย สะสมตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – วันที่ 18 เมษายน รวม 618,583 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น ผู้ได้รับเข็มที่ 1 จำนวน 535,925 ราย และผู้ที่ได้รับครบ 2 เข็ม จำนวน 82,658 ราย

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย ถือว่าไม่ช้า มีวัคซีนเข้ามาเท่าไรก็บริหารจัดการกระจายออกไปตามแผน

“ที่เห็นยอดการฉีดยังน้อย เพราะช่วงแรกเรามีวัคซีนจำกัด แต่แม้มีจำกัดก็สามารถฉีดได้มากกว่าประเทศเพื่อนบ้านเรา เช่น เวียดนาม ฉีดไป 5 หมื่นโดส กัมพูชา 4 แสนโดส แต่ขณะที่อินโดนีเซีย มีข้อตกลงร่วมวิจัยกับจีน ตั้งแต่ยังไม่ทราบถึงประสิทธิผลของวัคซีน จึงทำให้ฉีดไปจำนวนมาก แต่สำหรับประเทศไทย วัคซีนหลักคือ แอสตร้าเซนเนก้า ที่จะทยอยนำมาฉีดในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งการฉีดวัคซีนของเราจะเดินหน้าอย่างรวดเร็วแน่นอน” นพ.เฉวตสรร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศไทยได้จัดหาวัคซีนเพิ่มเติมหรือไม่ นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า เราได้จัดหาเพิ่มเติมและได้มาแล้วด้วย เนื่องจากวัคซีนหลักคือ แอสตร้าฯ ส่วนแผนที่จัดหาวัคซีนมาเพื่อรองรับการระบาดฉุกเฉิน ก็คือ ซิโนแวค จำนวน 2 ล้านโดส ที่เราได้ทยอยรับมาแล้วใน 3 ล็อต ทั้งนี้ การกระจายฉีดช่วงแรกมุ่งเน้นในบุคลากรทางการแพทย์ เพราะมีหลักฐานว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงในการรับเชื้อ และเป็นกลุ่มที่ต้องดูแลผู้ติดเชื้อ

“มีคำถามว่า การนำวัคซีนฉีดในพื้นที่ระบาดเป็นการเสียเปล่าหรือไม่ ต้องเรียนว่า ไม่เสียเปล่า การฉีดในพื้นที่ระบาด แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนในพื้นที่มีการติดเชื้อแล้ว ดังนั้น จึงได้ประโยชน์จากวัคซีนแน่นอน สำหรับผู้ติดเชื้อแล้ว หากได้รับวัคซีนที่ได้รับการศึกษาวิจัยระดับภูมิคุ้มกันที่เหมาะสมเข้าไปก็จะเกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ดี” นพ.เฉวตสรร กล่าว

เมื่อถามต่อว่า การที่ประเทศไทยล่าช้าด้านวัคซีน เกิดจากการที่เราไม่ได้เข้าร่วมในโครงการโคแวกซ์หรือไม่ นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า ต้องเรียนว่าเป็นความเข้าใจที่กลับกัน เพราะตอนนี้โครงการโคแวกซ์ เกิดปัญหาไม่ได้รับวัคซีนตามกำหนด เพราะส่วนหนึ่งของวัคซีนที่จะได้รับจากโคแวกซ์มาจากประเทศอินเดีย ซึ่งตอนนี้ถูกระงับการส่งออก แต่การที่เราเจรจากับบริษัทผู้ผลิตแอสตร้าฯ ได้โดยตรง ทำให้เราได้วัคซีนตามแผน และเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่ก้าวเข้ามาเป็นผู้ผลิตวัคซีนได้เอง เป็นความมั่นคงด้านวัคซีนที่คนไทยต้องร่วมกันภูมิใจ

ต่อข้อถามว่า สามารถจองวัคซีนแอสตร้าฯ ที่จะทยอยฉีดในเดือนมิถุนายนนี้ได้แล้วหรือยัง นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า ต้องอดใจรอกันเล็กน้อย แต่มีแผนชัดเจนว่า สามารถจองคิวผ่านระบบไลน์บัญชีทางการ “หมอพร้อม” โดยในเดือนพฤษภาคม จะเปิดให้ลงทะเบียนแสดงความจำนงฉีดวัคซีน ต้องเรียนว่า วัคซีนจะมีประโยชน์ในการควบคุมโรคแต่คนที่จะฉีดต้องมีความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ

“เริ่มเปิดลงทะเบียนแสดงความจำนงรับวัคซีนผ่านไลน์หมอพร้อมในเดือนพฤษภาคม ส่วนท่านที่ไม่สะดวกใช้ผ่านแอพพลิเคชั่นในมือถือ ก็จะมีระบบอื่นๆ รองรับ เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ระบบเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ครอบคลุมทุกคน ส่วนผู้ป่วยในโรงพยาบาลก็จะได้รับการติดตามรายชื่อ เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีน” นพ.เฉวตสรร กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คาราบาวกรุ๊ปต่อยอดความสำเร็จส่ง “วู้ดดี้ ซี+ ล็อค” คอลลาเจน มิกซ์เบอร์รี่ พร้อมทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เขย่าตลาดเครื่องดื่มวิตามินซี ตั้งเป้าเบอร์ 1 ใน 3 ปี
บทความถัดไปตม.สุราษฎร์รวบแก๊งลอบขนต่างด้าวจากหาดใหญ่เตรียมส่งสมุทรสาคร